โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคีเครือข่าย ชง“ทรงศักดิ์” จัดการเด็ดขาดปัญหายาเสพติดออนไลน์เข้าถึงเด็กและเยาวชน การบำบัดที่มุ่งเปลี่ยนมายเซ็ท สร้างคุณค่า ป้องกันการเสพซ้ำ

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากวงจรยาเสพติด ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อสังคม เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ในฐานะผู้แทนจากภาคประชาสังคม และภาคประชาชนที่ทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าพบนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูและปัญหายาเสพติด เพื่อนำเสนอปัญหาและแลกเปลี่ยนมุมมอง เนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลก ( 26 มิถุนายน ของทุกปี) โดยใช้เวลาในการหารือเกือบ 2 ชั่วโมง

8203;นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ถ้าดูจากข่าวจะเห็นว่าปัญหานี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนประเทศเราจะตกอยู่ในอันตราย เราต้องเข้าใจว่าปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่คนๆเดียว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องลงไปช่วยกันดูหน้างานในพื้นที่ใกล้ชิด เพราะเรื่องนี้มีความเสี่ยงสูง ต้องทำลายวงจรนี้ให้สำเร็จและลดจำนวนผู้เสพลงให้ได้ วันนี้แม้ความสำเร็จในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดยังน้อยอยู่ แต่เราก็ต้องดำเนินการต่อไปเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องคืนคนดีสู่สังคม ขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการต่อในการตัดวงจรของการเสพไม่ให้มีผู้เสพหน้าใหม่เข้ามา และจัดการกับผู้ขาย ขอย้ำว่าเรื่องนี้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญมาก และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากภาคประชาชนที่เข้ามาทำงานร่วมกันส่งเสริมกัน รวมถึงการเสนอ ร่างแก้ไขกฎหมายให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตนก็ยินดีที่จะช่วยผลักดัน เป็นแนวทางหนึ่ง ที่จะทำให้ปัญหายาเสพติดที่เรากำลังกังวลใจลดลงได้ ตอนนี้เรากำลังตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะปัญหายาเสพติดมันส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ซึ่งผมได้ประชุมร่วมกับโรงพยาบาลรัฐไปแล้วเพื่อขับเคลื่อนระบบการรักษา โดยรัฐบาลจะสนับสนุนโครงการบำบัดรักษาและจัดตั้งศูนย์บำบัดจิตสังคมขึ้นมา เพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือ

“หลายท่านแสดงความกังวลและความห่วงใยว่า ศูนย์เหล่านี้ทำไปแล้วจะจบปัญหาสุดท้ายได้จริงไหม เพราะบางคนหายดีแล้วก็ยังวนเวียนกลับไปติดยาเสพติดซ้ำอีก ซึ่งผมก็เรียนไปตั้งแต่แรกแล้วว่าเราต้องเร่งรัดทุกศูนย์ให้มีมาตรฐาน มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนมายเซ็ทให้ได้เหมือนที่เครือข่ายเสนอมา ทำไปจนถึงระดับครอบครัว ให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ ทุกคนต้องช่วยกัน โดยให้คนในหมู่บ้านช่วยกันสอดส่องดูแลกันเอง ถ้ามีคนในหมู่บ้านติดยาเสพติด ถือเป็นหน้าที่ของคนทั้งหมู่บ้านที่จะต้องช่วยกันดูแล ไม่ใช่ปล่อยผ่านไปเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง กลไกของรัฐก็ต้องเข้มแข็งหนุนเสริมกัน” นายทรงศักดิ์ กล่าว

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชน กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลกเพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลก ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของปัญหายาเสพติด ที่มีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ ประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิก ได้ปฏิบัติและยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกับประชาคมโลกในการต่อต้านยาเสพติด มาตั้งแต่ปี 2530 จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ยาเสพติดของไทยอยู่ในขั้นวิกฤต โดยมียาบ้าเป็นตัวการหลักที่แพร่ระบาดหนักที่สุดปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากราคาที่ถูก การซื้อง่ายผ่านสื่อออนไลน์ และการเปลี่ยนพฤติกรรมมาเสพในพื้นที่ส่วนตัว ส่งผลให้ระบบบำบัดรักษาเกินขีดจำกัด พฤติกรรมในกลุ่มเยาวชน พบวัยรุ่นหันมาใช้กัญชาและกระท่อมเพิ่มสูงขึ้นมากหลังการปลดล็อกพืชเสพติด นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงสูตรโดยการผสมสารเคมีอันตรายเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาขั้นสุด ด้านตลาดออนไลน์และการมั่วสุม พบว่าการซื้อขายเปลี่ยนช่องทางมาอยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากขึ้น โดยใช้สัญลักษณ์อิโมจิแทนชื่อยา ส่วนสถานที่เสพเปลี่ยนจากพื้นที่สาธารณะเป็นห้องพักส่วนตัว พูลวิลล่า หรือรีสอร์ต เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม มิติระบบการบำบัดถือว่าเข้าขั้นวิกฤตจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษามีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสร้างภาระหนักให้กับระบบสาธารณสุข ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรจิตแพทย์เฉพาะทางด้านการเสพติด ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์มีคนวิกลจริตให้เห็นเป็นการทั่วไปในสังคม

8203;“เพื่อให้เกิดการพัฒนานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการนี้ ภาคประชาชน และ เห็นความสำคัญของปัญหายาเสพติด เครือข่ายได้ดำเนินกิจกรรมปลุกจิตสำนึกชุมชน เพื่อให้ประชาชน ชุมชน และเยาวชน เห็นความสำคัญของปัญหาและพร้อมร่วมมือแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ได้ทำงานสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน ที่มุ่งเน้นการสร้างค่านิยมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายในสังคมหันมาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ให้โอกาสผู้เคยผิดพลาด โดยเครือข่ายมีการรณรงค์สร้างความเข้าใจและยอมรับ รวมถึงทำงานกับผู้เคยใช้ยาเสพติดที่ได้ผ่านพ้นแล้วในการเปลี่ยนความคิด ให้โอกาสผู้มีปัญหายาเสพติดได้บำบัดรักษาและกลับคืนสู่สังคม” นายธีรภัทร์ กล่าว

8203;ด้านนายวีชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันต่อต้านยาเสพติดโลก เครือข่ายฯ มีจุดยืนและข้อเสนอถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาและผลักดันเพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทบทวนนโยบาย ยุทธศาสตร์ หรือรูปแบบการทำงานชุมชนเข้มแข็งแบบเดิมที่ฝ่ายนโยบายและภาครัฐเป็นผู้กำหนดวิธีการ เสนอให้ปรับกระบวนทัศน์ใหม่โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางเพื่อการป้องกันและสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ที่มีประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยการส่งเสริมบทบาทและสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมให้ภาคประชาชน-ชุมชนได้กำหนดวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เหมาะสมกับสถานการณ์บริบทพื้นที่และศักยภาพของชุมชน โดยภาครัฐมีหน้าที่ในการสนับสนุนองค์ความรู้ และงบประมาณที่เหมาะสม 2.โปรดพิจารณาและประสานงานเพื่อเสนอให้รัฐบาลมีกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่มุ่งเน้นส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยให้มีพื้นที่กลาง (Common space) ให้ตัวแทนประชาชน ตัวแทนเด็กเยาวชน หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และองค์กรภาคประชาสังคมร่วมสรุปบทเรียน และออกแบบวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้เป็นฉันทามติในรูปแบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ จัดให้มีพื้นที่กลางเปิดรับความคิดเห็นและฟังเสียงสะท้อนจากของประชาชน พร้อมจัดคณะทำงานเพื่อประมวลความคิดเห็นที่สำคัญเสนอต่อรัฐบาล พัฒนาเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อไป

8203;นายวัชรพงศ์ กล่าวอีกว่า 3.เครือข่ายขอเรียนเชิญท่านในฐานะกำกับดูแลปัญหายาเสพติดและประธานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหายาเสพติด และแลกเปลี่ยนแนวคิด บทเรียนจากการทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของภาคประชาชนในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก สสส. ซึ่งเป็นชุมชนที่สามารถขับเคลื่อนงานเพื่อลดจำนวนผู้เสพ ป้องกันกลุ่มเสี่ยงและการดูแลผู้มีอาการทางจิตเวชได้อย่างเป็นรูปธรรม 4.ขอให้ท่านโปรดพิจารณาและผลักดันให้เกิด “กองทุนการป้องกันปัญหายาเสพติดในท้องถิ่น” โดยมีแหล่งที่มาของงบประมาณในกองทุน ดังนี้ ส่วนที่ 1 เงินจากกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่สำนักงาน ป.ป.ส.เป็นผู้ดูแล ซึ่งเป็นเงินที่มาจากทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบในคดียาเสพติดเป็นดอกผลและรายได้จากการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุน ส่วนที่ 2 เงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนที่ 3 เงินจากการบริจาคจากประชาชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป็นแกนหลักในการพัฒนา และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพัฒนาความร่วมมือจากผู้นำทางการ ผู้นำธรรมชาติ ภาคประชาสังคม และอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่เป็นคณะทำงานร่วม โดยใช้หลักการแบบคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) โดยมีเป้าประสงค์ของกองทุนดังกล่าวเพื่อ (1) ป้องกันกลุ่มเสี่ยง ลดผู้เสพยารายใหม่ (2) ดำเนินการดูและฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนไม่ให้เกิดความรุนแรง (3) สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นในชุมชน และ5.ขอให้ท่านโปรดพิจารณาและประสานงานเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรี ลงนามรับรองในร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. ………. (ฉบับภาคประชาชน) ที่เสนอโดย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 17,343 คนเป็นผู้เสนอ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินและส่งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้รับคำรับรอง พร้อมกับร่างฉบับของภาคประชาชนกลุ่มอื่นๆ เพื่อเข้าสู่กลไกทางรัฐสภาในคราวเดียวกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...