24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 มิถุนายน 2569
>> คนร้ายลอบวางระเบิด ตชด. ชุด รปภ.ครู ยะลา เจ็บ 6 นาย โดยมีสาหัส 2 เจ้าหน้าที่ส่งตัวขึ้น ฮ. บินตรงเข้า รพ.ยะลา
08.10 น. ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดยะลาได้รับแจ้งเหตุระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลธารโตเป็นการด่วน โดยมีรายชื่อและอาการเบื้องต้น ส.ต.ท.กิตติศักดิ์ (อาการสาหัส) ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า มีเลือดออก รู้สึกตัวดี และสามารถเดินได้ ส.ต.ท.ปรภัทร (อาการสาหัส) มีอาการแน่นหน้าอก ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่ยังมีสติ ส.ต.ท.ศักดิ์ชาย (หัวหน้าชุดปฏิบัติการ) มีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.ท.ณรงศักดิ์ มีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.ท.นราธิป มีอาการแน่นหน้าอก ส.ต.ท.วิกรม มีอาการแน่นหน้าอก
ล่าสุดทางโรงพยาบาลธารโตได้ประสานลำเลียงผู้ป่วยอาการสาหัส 2 นาย คือ ส.ต.ท.กิตติศักดิ์ และ ส.ต.ท.ปรภัทร ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งตัวต่อไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลยะลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รอรับตัวเพื่อนำไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลยะลาแล้ว
>> ผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบเผารถเครื่องจักรก่อสร้าง หวังสกัดความเจริญและโอกาสของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา
09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา ว่าเกิดเหตุคนร้ายลักลอบเข้าไปภายในแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่อำเภอบันนังสตา และจุดไฟเผารถแบคโฮที่ใช้ในการดำเนินโครงการก่อสร้าง ส่งผลให้ล้อรถได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายน 2569 โดยภายหลังเกิดเหตุ คนงานภายในแคมป์ได้สังเกตเห็นเปลวไฟและช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปยังตัวรถและทรัพย์สินอื่นในพื้นที่
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งดำเนินการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทันที โดยจัดกำลังดูแลความปลอดภัยบนเส้นทางหมายเลข 410 ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ และประสานชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานวัตถุและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> จับเยาวชนชาย 16 ปี มือฆาตกรรมสาวผมแดงวัย 17 หมกถังขยะ เป็นแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ยอมรับก่อเหตุ เพราะหึงหวง
09.16 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี สภ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเหตุพบศพภายในถังขยะริมถนนบริเวณหมู่ 8 ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง เป็นเพศหญิง ผมยาวสีแดง ผิวขาว รูปร่างเล็ก มีรอยสักเต็มแผ่นหลัง สภาพศพเน่าเปื่อยอย่างหนัก กลิ่นเหม็นรุนแรงไปทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน
จนกระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน ตำรวจสืบสวนได้ไปควบคุมตัวนาย เค (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นพ่อค้าขายผลไม้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอแกลง
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปนำรถจักรยานยนต์คันหนึ่งกลับมา ก่อนจะกลับมาพบกับแฟนหนุ่มวัย 16 ปี ภายในพื้นที่ อ.แกลง จากนั้นทั้งคู่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง โดยฝ่ายชายเกิดความหึงหวง เนื่องจากเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตไปมีความสัมพันธ์กับเจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว
ระหว่างการโต้เถียง ความหึงหวงได้บานปลายจนเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาพยายามอำพรางคดี โดยนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงดำ ใช้เสื้อแขนยาวมีฮู้ดผูกมัดร่าง แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสาธารณะพื้นที่ ต.กระแสบน อ.แกลง เพื่อหวังปกปิดการกระทำ
เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนตำรวจจึงให้พัก อยู่ในห้องสืบสวนเพื่อรอคณะสอบสวน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมสอบสวน ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดี
>> สกัดไอซ์ 300 กิโลกรัม ริมโขงนครพนม ตัดวงจรยาเสพติดมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท
10.42 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ขณะลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านกลางน้อย ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ได้ตรวจพบรถต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง
จากการเข้าตรวจสอบ พบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 7 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ คาดว่าเป็นยาเสพติดที่เครือข่ายข้ามชาติเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ขณะที่กลุ่มผู้กระทำผิดอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับยาไอซ์ของกลางจำนวน 300 กิโลกรัม มีมูลค่าในท้องตลาดกว่า 600 ล้านบาท การตรวจยึดครั้งนี้นับเป็นการตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติครั้งสำคัญ
>> ตำรวจหัวหมาก รวบผู้จัดการแสบ ร่วมมือกับลูกน้องลักทรัพย์นายจ้าง เสียหายเกือบเฉียดล้าน
11.00 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันบุกเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายลักทรัพย์นายจ้างจำนวน 6 ราย ประกอบด้วยชายไทย 5 รายและ ชายสัญชาติเมียนมา 1 ราย
โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวทั้งหมดได้ที่ บริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ขณะที่ผู้ต้องหากำลังทำงานอยู่
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 น.ส.สอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถไฟฟ้าแบรนด์หนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.หัวหมาก หลังจากทางบริษัทได้ทำการตรวจเช็กสต็อกอะไหล่ใหม่และอะไหล่เคลมที่จะต้องส่งคืนบริษัทแม่และบริษัทประกันภัย แล้วพบความผิดปกติในระบบ
จากการตรวจสอบพบว่า นายดอ (นามสมมุติ) 1 ในผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการศูนย์บริการ ได้แอบคีย์ข้อมูลรับเข้าอะไหล่ในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และมีเจตนาแก้ไขรหัสสินค้า อีกทั้งในส่วนของอะไหล่เคลมที่นายดอ เป็นผู้ดูแล ก็ได้ลักลอบนำออกไปขาย จนทำให้มีอะไหล่สูญหายไปจำนวน 4 รายการใหญ่ ประกอบด้วย กล่องซีดี 11 กล่อง, โมดูลแบตเตอรี่ แอลเอฟพี 4 แพ็ค, โมดูลแบตเตอรี่ เอ็มเอ็นซี 2 แพ็ค และหน่วยบูสเตอร์ไฟฟ้าอีก 7 อัน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นสูงถึง 8 ล้านกว่าบาท
ต่อมาทางฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดว่า นายดอ ได้ร่วมมือกับลูกน้องรวม 6 คนในการก่อเหตุครั้งนี้ จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และนำกำลังเข้าล็อกตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเอาไว้ได้ในที่สุด
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายดอ และพวกยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันวางแผนลักลอบนำอะไหล่ของบริษัทออกไปจริง โดยจะนำไปประกาศโพสต์ขายในโลกโซเชียล และนัดส่งมอบของกันที่มัสยิดแห่งหนึ่งในย่านหัวหมาก เมื่อได้เงินมาก็จะนำมาแบ่งกันและใช้จ่ายจนหมดสิ้นแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> น้องสาวชาวจีน ป่วยจิตเวชคลั่ง จ้วงแทงพี่สาวดับคาคอนโด ตร.คุมตัวสอบปากคำเครียด
11.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา ควบคุมตัว น.ส.หอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี พร้อมด้วยบิดาซึ่งเป็นชายสัญชาติจีน เดินทางมายังห้องสืบสวน สน.ยานนาวา เพื่อเข้าให้ปากคำกรณี พบผู้เสียชีวิตภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนจันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดย น.ส.หอ มีสีหน้านิ่งเฉยและไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน เช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อที่ส่ายหน้าไม่ตอบคำถามก่อนเดินเข้าห้องสืบสวนไป
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุ มีผู้ถูกแทงเสียชีวิต บนห้องพัก ของคอนโดมิเนียมดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ชอ อายุ 23 ปี (พี่สาว) สภาพสวมชุดนอนเดรสสีชมพู นอนคุดคู้อยู่ปลายเตียงติดหน้าต่าง มีบาดแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมตามร่างกายหลายแผล แยกเป็นที่หน้าอก 3 แผล คอ 5 แผล มือ 6 แผล หลัง 5 แผล และแขนขวาอีกนับ 10 แผล ภายในห้องมีคราบเลือดกระจายทั่วบริเวณ และม่านบังแดดชุ่มไปด้วยเลือด
แพทย์ชันสูตรเบื้องต้น พบมีบาดแผลที่ คาดว่าจะทำให้ถึงแก่ชีวิตประมาณ 20 กว่าแผล ก่อนส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนอาวุธในที่เกิดเหตุพบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน ผู้ชายชาวจีน อายุ 69 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ปกติห้องพักดังกล่าวอาศัยอยู่ร่วมกัน 4 คนพ่อแม่ลูก ช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.30 น. ตนออกไปทำงาน ส่วนภรรยาออกไปทำธุระข้างนอก ในห้องจึงเหลือเพียงลูกสาว 2 คน คือ น.ส.ชอ (ผู้เสียชีวิต) และ น.ส.หอ น้องสาว)
ต่อมามารดาได้กลับมาเพื่อรับ น.ส.หอ ออกไปทำธุระอีกครั้ง โดยนัดพบกันที่ด้านหน้าคอนโดมิเนียม เมื่อพบกัน น.ส.หอ ได้บอกกับมารดาว่าพี่สาวนอนหลับอยู่ในห้อง แต่มารดาเห็นท่าทีผิดปกติ จึงขึ้นไปตรวจสอบบนห้องพักจนกระทั่งพบศพ และรีบแจ้งสามีก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
ทั้งนี้ มีรายงานเบื้องต้นว่า น.ส.หอ มีอาการป่วยทางจิตเวช ซึ่งอยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาและต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> ลอบวางระเบิด รถตำรวจ สภ.บูเก๊ะตา หน้ามัสยิดใน อ.แว้ง จ.นราธิวาส ไร้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
12.57 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยติดอยู่บริเวณใต้รถสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรบูเก๊ะตา ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้ามัสยิดบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จึงได้ดำเนินการปิดกั้นพื้นที่และเส้นทางโดยรอบตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายต่อประชาชนและเข้าตรวจสอบวัตถุดังกล่าวอย่างละเอียด
ก่อนเกิดเหตุ มีรายงานว่าประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นเยาวชนจำนวน 2 คน มีพฤติกรรมต้องสงสัยคล้ายนำวัตถุหรืออุปกรณ์บางอย่างไปติดไว้บริเวณรถสายตรวจ ก่อนจะหลบหนีไปทางด้านหลังมัสยิด ภายหลังชาวบ้านได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าตรวจสอบและดำเนินการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ที่สัญจรในบริเวณดังกล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าดำเนินการตรวจสอบ วัตถุต้องสงสัยได้เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้เกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงเพิ่มเติม
>> กกต. เตือน ห้ามเผยแพร่ผลโพลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน
14.13 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอความร่วมมือผู้สมัคร พรรคการเมือง สื่อมวลชน ผู้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็น และประชาชน งดเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อ 23/2 กำหนดว่า ห้ามผู้สมัครกระทำหรือยินยอมให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดกระทำการเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลา 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้ง
การกำหนดข้อห้ามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลจากผลสำรวจความคิดเห็นที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง
>> รวบบอสจีนเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ ตุ๋นเหยื่อ 1.2 หมื่นล้าน หนีหมายจับทางการจีนกบดานไทย
14.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ตม.จ.สมุทรปราการ ร่วมกันจับกุม ชายสัญชาติจีน อายุ 39 ปี โดยจับกุมได้บริเวณริมถนน อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบ สืบสวนเกี่ยวกับบริษัทที่มีลักษณะให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลใดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (นอมินี) และมีลักษณะถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว เป็นที่มาของการเข้าทำการตรวจค้นบ้านใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบชาย 1 ราย สัญชาติจีน เป็นกรรมการบริษัทไทยแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นบุคคลที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว โดยสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีหนังสือมาแจ้งข้อมูลผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ทางไทยพิจารณาจับกุม เพื่อส่งกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน
จากการตรวจสอบพฤติการณ์ ชายคนดังกล่าว ได้ก่อเหตุในประเทศจีน โดยร่วมกับพวกรวม 3 คน มีการลงประกาศในแพลตฟอร์มการลงทุนทั้งทางออนไลน์ เกี่ยวกับการลงทุนทางการเงินออนไลน์ ดำเนินการตั้งแต่กันยายน 2561 สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,300 ล้านหยวน (ประมาณ 11,000–12,000 ล้านบาทไทย แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน) มีความผิดฐานจัดตั้งและเป็นผู้นำองค์กรแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการจัดตั้ง ดำเนินการ หรือเป็นแกนนำเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ที่หลอกลวงประชาชนให้ลงทุนหรือชักชวนสมาชิกต่อเป็นทอดๆ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
และจากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังมีการกระทำความผิดอื่นๆในประเทศไทยอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัว ส่งสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการส่งต่อกลับจีนต่อไป
>> ตำรวจ สอท. รวบแอดมินเว็บพนันออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท
15.15 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤตัสญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้บังคับการ สอท.4 สั่งการให้ พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการ สอท.4 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าจับกุม หญิงไทย อายุ 31 ปี ชาว จ.สระแก้ว พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.4 ตรวจพบเว็บไซต์ มียอดสมาชิกกว่า 3 หมื่นราย เปิดมานานกว่า 1 ปี มียอดเงินหมุนเวียนเฉลี่ยกว่า 16 ล้านบาท หรือกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ได้ลักลอบเปิดให้บริการเล่นพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ หวย สล๊อต บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล ป๊อกเด้งและพนันอื่นๆอีกหลายชนิด จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า เว็บพนันรายนี้ แอบลักลอบเปิดฐานที่ตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านหรูใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยมีหญิงคนดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นแอดมินและมีหน้าที่คอยกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม เพื่อส่งมอบให้กับผู้รับผลประโยชน์เว็บพนันรายนี้
เบื้องต้น หญิงคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่าได้ทำงานให้กับเว็บพนันรายนี้มานานกว่า 1 ปี ได้รับค่าตอบแทนเดือนละหลักหมื่นบาท เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาต สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน“
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
15.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเขียว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์เสียหายเล็กน้อย อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ
>> หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ขับรถนั่งส่วนบุคคล ชนเข้าท้ายรถบรรทุก เสียชีวิตในซากรถ จ.พระนครศรีอยุธยา
16.11 น. รับแจ้งจาก สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถพ่วง และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในยานพาหนะ ริมถนนหมาบเลข 33 ในพื้นที่ ม.3 ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า เอชอาร์-วี สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ลักษณะชนเข้าท้ายรถบรรทุก อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด
พบว่า ผู้ขับขี่รถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพร่างติดค้างภายในยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ และนำร่างออกมา ทางทีมกู้ชีพร่วมตรวจสอบ พบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จากการตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.หนองแค จ.สระบุรี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี
>> นายกฯ เปิดนิทรรศการ “13 รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษาสมเด็จพระสังฆราชฯ
17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “13 รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิ.ย.69 โดยได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดและเฝ้าถวายสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช
นายกฯ กล่าวว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธี ซึ่งนิทรรศการ นี้นับเป็นวาระอันสำคัญที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้พร้อมใจกันน้อมถวายมุทิตาสักการะ และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณขององค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย โดยเชื่อมั่นว่าจะทำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมทั้งน้อมนำแบบอย่างแห่งคุณธรรม ความเสียสละ และการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความมั่นคง สงบสุข และเจริญก้าวหน้าสืบไป
ภายหลังพิธีเปิด นายกฯ และภริยาเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมเยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ในโครงการกำลังใจในพระดำริ ตลอดจนการสาธิตงานช่างฝีมือภายในบริเวณจัดงาน ก่อนเดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
>> เพลิงไหม้ชุมชนหลังวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ลุกลามเสียหายหลายหลัง จ.นนทบุรี
20.00 น. เจ้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในชุมชนหลังวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงนำรถดับเพลิงประมาณ 10 คันรถไปที่เกิดเหตุ
โดยจุดเกิดเหตุ พบว่า ลักษณะเป็นชุมชน ที่บ้านเรือนปลูกติดกันนับร้อยหลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้อยู่ด้านหลังวัด ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อเนื่องจนถึงชุมชนสุเหร่าพระนั่งเกล้า รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุได้ ต้องลากสายน้ำดับเพลิงยาว 100 กว่าเมตร ระดมฉีดน้ำดับเพลิง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการใช้น้ำ ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพลิงยังลุกลามอย่างต่อเนื่อง ไหม้บ้านเรือนประชาชนไปแล้วหลายหลัง
เทศบาลนครนนทบุรี จึงได้เสริมรถน้ำและรถดับเพลิงเข้าไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลนครปากเกร็ด เทศบาลเมืองไทรม้า เทศบาลเมืองบางรักน้อย และรถดับเพลิงจากพื้นที่ข้างเคียงเข้ามาอีกหลาย 10 คันมาช่วยกันดับเพลิง
ต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตรวจสอบเบื้องต้น พบบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 5 หลัง โดยเสียหายทั้งหมด 2 หลัง และเสียหายบางส่วนอีก 3 หลัง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนั่งเกล้า
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้
23.27 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต. แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ที่ ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย บ้านเดี่ยว มากกว่า 1 ชั้น ชั้น 1 นอนอยู่แล้วเตียงสั่นให้รู้สึกได้และบ้านสั่นไหวให้มีเสียงได้ยิน