“ตลาดไฟฟ้าเถื่อน” เฟื่องฟู หลังสงครามอิหร่านทำ “ปากีสถาน” จมวิกฤตไฟดับ
"ตลาดไฟฟ้าเถื่อน" เฟื่องฟู หลังสงครามอิหร่านทำ "ปากีสถาน" จมวิกฤตไฟดับ ประชาชนทั่วไปต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ขณะที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
ประชาชนในเมืองการาจีของปากีสถานเผชิญไฟดับยาวนานวันละหลายชั่วโมง ท่ามกลางอากาศร้อนกว่า 44 องศาฯ หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบการนำเข้าพลังงาน จนเครือข่ายเครื่องปั่นไฟนอกระบบผุดขึ้นทั่วเมืองเพื่อช่วยพยุงบ้านเรือนและธุรกิจ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนวิกฤตอาจฉุดเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศรุนแรงขึ้น
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ท่ามกลางอากาศร้อนจัดก่อนฤดูมรสุมในเมืองการาจี เมืองเศรษฐกิจสำคัญของปากีสถาน ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ หลังสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบพลังงานของประเทศ จนทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการรายย่อยต้องหันไปพึ่งเครือข่ายไฟฟ้านอกระบบ จากเครื่องปั่นไฟเอกชนที่ดำเนินการแบบไม่เป็นทางการ เพื่อประคองชีวิตและธุรกิจให้อยู่รอด
โมฮัมหมัด มาซฮาร์ ช่างตัดเสื้อในย่านชุมชนหนาแน่นของการาจี เปิดเผยว่า เขาต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนเพื่อเชื่อมต่อไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟของเพื่อนบ้านในช่วงที่ไฟฟ้าหลักดับ โดยระบุว่า ปัญหาไฟดับรุนแรงขึ้นต่อเนื่องตลอดเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียส่งผลกระทบต่อการนำเข้าพลังงานของปากีสถาน
เขากล่าวว่าเครื่องปั่นไฟเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจ เพราะหากไม่มีไฟฟ้าสำรอง ก็ไม่สามารถรีดผ้าให้ลูกค้าได้ และต้องรอจนกว่าไฟจะกลับมา ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการไฟฟ้าขนาดเล็กแบบนี้เริ่มผุดขึ้นทั่วชุมชน โดยส่วนใหญ่ดำเนินการนอกระบบและอยู่นอกการกำกับดูแลของรัฐ
ก่อนเกิดสงคราม ปากีสถานก็เผชิญปัญหาเศรษฐกิจและการคลังที่เปราะบางอยู่แล้ว รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนกับอัฟกานิสถาน แต่เมื่อวิกฤตในอิหร่านปะทุขึ้น ประเทศกลายเป็นหนึ่งในชาติแรก ๆ ที่ต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อรับมือผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
ปากีสถานพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จาก Qatar เกือบทั้งหมด ส่งผลให้การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซกระทบโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าก๊าซ ซึ่งไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลัง
ในช่วงที่อุณหภูมิเดือนพฤษภาคมทะลุ 44 องศาเซลเซียส ทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง ขณะที่ประสิทธิภาพของโซลาร์รูฟท็อปเริ่มลดลงตามแสงแดดที่หายไป ทำให้ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานไฟฟ้ากว้างขึ้น จนเกิดไฟดับต่อเนื่องหลายชั่วโมง และยิ่งเลวร้ายลงจากปัญหาลักลอบใช้ไฟฟ้า
แม้ก่อนหน้านี้ประชาชนฐานะดีจะใช้เครื่องปั่นไฟหรือโซลาร์เป็นทางเลือกอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันประชาชนทั่วไปจำนวนมากเริ่มหันมาใช้บริการไฟฟ้าราคาประหยัดจากผู้ให้บริการรายย่อยแทน เนื่องจากไม่มีเงินพอซื้อเครื่องปั่นไฟเอง เครือข่ายเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กเหล่านี้จึงกลายเป็นระบบไฟฟ้าคู่ขนานที่ช่วยให้พัดลมและหลอดไฟในหลายพื้นที่ยังคงทำงานได้
รัฐบาลปากีสถานยืนยันว่า ประเทศสามารถเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานภายในประเทศได้มากขึ้น และช่วยจำกัดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดย Awais Leghari รัฐมนตรีพลังงาน ระบุเมื่อต้นเดือนว่า ปัญหาไฟดับจากการขาดแคลนพลังงานได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้จะยอมรับว่ายังคงมีไฟดับจากปัญหาขโมยไฟและปัจจัยอื่น
อย่างไรก็ตาม ภาคสนามสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การพึ่งพาเครื่องปั่นไฟดีเซลนอกระบบอาจสร้างปัญหาระยะยาว ทั้งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้ประเทศต้องใช้เงินตราต่างประเทศมากขึ้นเพื่อนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง
Gareth Leather นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Capital Economics กล่าวว่า วิกฤตไฟฟ้ากำลังจำกัดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปากีสถาน เพราะทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจได้รับผลกระทบพร้อมกัน ค่าไฟและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นลดกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่ภาคส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ไม่สามารถรับประกันกำลังการผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา
แม้ซาอุดีอาระเบียจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ปากีสถานมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ แต่แรงกดดันด้านการคลังยังคงรุนแรง โดยขาดดุลการค้าของประเทศพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และอาจเลวร้ายลงหากโรงงานต้องลดกำลังการผลิตเพราะปัญหาพลังงาน
เชค ซัลมาน ผู้ให้บริการเครื่องปั่นไฟรายหนึ่งในชุมชน กล่าวว่าผู้คนแทบไม่มีทางเลือก เมื่อไฟดับนานถึงวันละ 16 ชั่วโมง เขาสามารถเลี้ยงชีพได้จากการขายไฟฟ้าให้บ้านเรือนและร้านค้าในราคาหลายพันรูปีต่อเดือน หรือราว 30 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการใช้พัดลมหรือหลอดไฟเพียงไม่กี่ดวง
ขณะที่ในเขตอุตสาหกรรมโครังกีของการาจี ตลาดแห่งหนึ่งได้ติดตั้งเครื่องปั่นไฟดีเซลขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เพื่อจ่ายไฟให้ร้านค้ากว่า 600 ร้าน โดยเจ้าของตลาดระบุว่า หากไม่มีไฟฟ้า ธุรกิจจำนวนมากจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
แม้บางร้านเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จากจีนที่มีราคาถูกลง แต่หลายแห่งยังต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟส่วนกลางเพื่อให้พัดลมทำงานและรักษาลูกค้าไว้ได้
ในช่วงที่ผ่านมา ปากีสถานเริ่มมีสัญญาณบรรเทาวิกฤตบางส่วน หลังสามารถนำเข้า LNG จากอ่าวเปอร์เซียได้ 2 ลำภายในหนึ่งสัปดาห์ ล่าสุดมีเรือบรรทุกก๊าซเดินทางถึงประเทศเมื่อวันศุกร์ หลังการเจรจากับอิหร่านสำเร็จ อย่างไรก็ตามปริมาณก๊าซยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมาก และรัฐบาลยังขาดเงินทุนเพียงพอในการซื้อพลังงานเพิ่มเติมจากตลาดโลก
สำหรับประชาชนจำนวนมาก ทางออกแบบ jugaad หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบชั่วคราว อาจช่วยให้พออยู่รอดได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะโรงงานหรือกิจการที่ต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก เช่น ร้านเชื่อมเหล็กและอลูมิเนียม ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กทดแทนได้
เจ้าของตลาดรายหนึ่ง กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า “ตอนนี้ไม่ต้องถามว่าไฟดับวันละกี่ชั่วโมงแล้ว แต่ควรถามว่าไฟติดอยู่นานแค่ไหน เพราะเวลาที่มีไฟใช้นั้นสั้นกว่ามาก”
อ้างอิง : www.bloomberg.com