โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Plastic Free July” เดือนที่ทั้งโลกขอพัก...จากพลาสติก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทุก ๆ นาที มีขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม บางชิ้นถูกรีไซเคิล แต่ส่วนใหญ่กลับหลุดรอดลงสู่แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ก่อนแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ย้อนกลับมาสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ เดือนกรกฎาคมของทุกปีจึงไม่ใช่แค่การรณรงค์ลดใช้พลาสติก แต่คือช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกหันมาตั้งคำถามกับพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรของตัวเอง ผ่านแคมเปญ “Plastic Free July” ที่เริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นการเคลื่อนไหวระดับโลก เพื่อพิสูจน์ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจเริ่มต้นได้จากการปฏิเสธพลาสติกเพียงหนึ่งชิ้น

ทุกเดือนกรกฎาคม ผู้คนทั่วโลกหลายร้อยล้านคนจะร่วมกันทำสิ่งง่าย ๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ไม่ว่าจะเป็นการพกแก้วน้ำส่วนตัว ปฏิเสธถุงพลาสติก พกกล่องอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง

แคมเปญนี้มีชื่อว่า “Plastic Free July” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ประจำเดือน แต่ได้กลายเป็นขบวนการระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน และผลักดันให้ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง

สำหรับ แคมเปญ “Plastic Free July” เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 ที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้เข้าร่วมเพียง 40 คน ก่อนจะขยายตัวจนกลายเป็นแคมเปญลดพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 174 ล้านคน จากกว่า 190 ประเทศ

แม้ว่าพลาสติกจะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่การผลิตและการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกลับสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า โลกผลิตพลาสติกประมาณ 400 ล้านตันต่อปี แต่มีเพียง 9.5% เท่านั้นที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ขณะที่พลาสติกส่วนใหญ่ยังคงผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

หากไม่มีมาตรการที่เข้มข้น ภายในปี 2040 ปริมาณพลาสติกที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมอาจเพิ่มขึ้นจาก 130 ล้านตัน เป็น 280 ล้านตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการทิ้ง "รถบรรทุกขยะพลาสติกหนึ่งคันลงสู่ธรรมชาติทุก ๆ วินาที" หลายประเทศได้ออกมาตรการเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

  • สหภาพยุโรป (EU) สั่งห้ามจำหน่ายพลาสติกใช้ครั้งเดียวหลายประเภท เช่น หลอด ช้อนส้อมพลาสติก และก้านสำลี พร้อมกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องรีไซเคิลได้มากขึ้น
  • แคนาดา เริ่มทยอยยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในหลายประเภท พร้อมผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • อินเดีย ประกาศห้ามผลิตและจำหน่ายพลาสติกใช้ครั้งเดียวหลายชนิดทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ญี่ปุ่น ส่งเสริมการลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และผลักดันให้ภาคธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • ไทย เดินหน้าลดการใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ พร้อมขยายการงดแจกพลาสติกใช้ครั้งเดียวในหลายภาคส่วน

ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งใช้พลาสติกรวมกันเกือบ 1 ใน 3 ของทั้งโลก กำลังเร่งออกนโยบายใหม่ โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า หากดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น การรั่วไหลของพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมในภูมิภาคนี้อาจลดลงได้มากกว่า 95% ภายในปี 2050

รายงานของ Plastic Free Foundation พบว่า ผู้เข้าร่วม Plastic Free July สามารถลดขยะในครัวเรือนได้เฉลี่ย 13 กิโลกรัมต่อคน และกว่า 86% ยังคงรักษาพฤติกรรมลดใช้พลาสติกต่อไป แม้จบเดือนกรกฎาคมแล้วก็ตาม ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมทั่วโลกช่วยกันลดขยะได้มากกว่า 15 ล้านตัน รวมถึงลดการใช้พลาสติกได้กว่า 1.7 ล้านตัน

การลดพลาสติกไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในวันเดียว แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งง่าย ๆ เช่น พกถุงผ้าแทนการรับถุงพลาสติก ใช้แก้วน้ำหรือกระบอกน้ำส่วนตัว ปฏิเสธหลอดและช้อนส้อมพลาสติกเมื่อไม่จำเป็น เลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง รวมถึงแยกขยะเพื่อให้เข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง เพราะสุดท้ายแล้ว พลาสติกหนึ่งชิ้นที่เรา "ไม่รับ" อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อผู้คนนับล้านเลือกทำเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้จริง และนั่นคือเหตุผลที่ Plastic Free July ไม่ใช่เพียงแค่เดือนแห่งการลดใช้พลาสติก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวิถีชีวิตที่ยั่งยืนกว่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...