ธ.ก.ส. เปิด ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ เกษตรกรกู้ได้ 1 แสนบาท จ่ายดอกเบี้ยเพียง 3% นาน 12 เดือน เช็คเงื่อนไขที่นี่
ธ.ก.ส. เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยให้ 3% เหลือภาระเกษตรกร 3% ต่อปี ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีละ 30,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี ใช้วงเงินตามมาตรา 28 ชดเชยดอกเบี้ย 2,700 ล้านบาท พร้อมผูกการเข้าร่วมโครงการกับการลดต้นทุนการผลิตและการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน
วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เปิดตัวโครงการ ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ เพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาคการเกษตร โดยกำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี แต่รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี และมีระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน
ฉัตรชัย ศิริไล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ธ.ก.ส. เผยว่า ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีละ 30,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนเกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและลงทุนในภาคการผลิต
โครงการดังกล่าวใช้กรอบวงเงินตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมกึ่งการคลัง (Quasi Fiscal Activities) พร้อมระบุว่า หากวงเงิน 30,000 ล้านบาทไม่พอ ธนาคารสามารถขอขยายกรอบวงเงินได้ โดยจัดสรรวงเงินประมาณ 2 ส่วน ดังนี้
- 2,700 ล้านบาท สำหรับชดเชยดอกเบี้ย
- 270 ล้านบาท สำหรับการ Reskill/Upskill และยกระดับความรู้เกษตรกร
“วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 2,700 ล้านบาท สามารถสร้างวงเงินสินเชื่อได้ปีละ 30,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี หากวงเงินเต็มและมีความต้องการเพิ่มขึ้น ก็สามารถพิจารณาขอขยายกรอบในส่วนของมาตรา 28 ต่อไป” ฉัตรชัยกล่าว
ทั้งนี้ ฉัตรชัยระบุว่า ธนาคารเริ่มมีการปล่อย ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ แก่เกษตรกรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา และสาเหตุที่ต้องเริ่มปล่อยในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเพราะ พืชเศรษฐกิจสำคัญทั้ง 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ จะเริ่มมีการใช้ปุ๋ยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป
สำหรับเหตุผลในการกำหนดวงเงินกู้สูงสุดไว้ที่ 100,000 บาทน้ัน ฉัตรชัยระบุว่า เกษตรกรมีต้นทุนปัจจัยการผลิตอยู่ที่ 5,000 บาทต่อไร่โดยเฉลี่ย จึงกำหนดวงเงินกู้ไว้ที่ 100,000 บาท เพื่อรองรับพื้นที่เพาะปลูกราว 20 ไร่ อย่างไรก็ตาม ฉัตรชัยระบุว่าต้นทุนการผลิตของแต่ละพื้นที่แตกต่างกันตามชนิดพืช รอบการเพาะปลูก และรูปแบบการผลิต
ฉัตรชัย กล่าวว่า เกษตรกรให้ความสนใจต่อสินเชื่อ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ อย่างมาก ซึ่งปัจจุบัน มีการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งในพื้นที่จังหวัดอยุธยาไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท ส่วนภาพรวมทั้งประเทศยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากการเบิกใช้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับรอบการเพาะปลูกและความพร้อมของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างกันไป
สำหรับปีบัญชีปัจจุบัน ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อไปแล้วราว 7-8 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรก โดยการปล่อยสินเชื่อจะพิจารณาตามรอบการผลิตและความสามารถในการชำระคืนหนี้ของเกษตรกร เพื่อให้วงเงินสามารถหมุนเวียนกลับมาปล่อยกู้แก่เกษตรกรรายอื่นได้อย่างต่อเนื่อง
โดยปกติ ธ.ก.ส. มีการปล่อยสินเชื่อภาคเกษตรราว 5-6 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับความต้องการใช้เงินทุนตามรอบการผลิตของพืชและกิจกรรมทางการเกษตร ทั้งการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการเพาะพันธุ์
เปิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
- เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
- พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
- เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
- ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
- เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
- สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
- ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572