โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผี' เอามั้ย?! โบเว่นเนื้อหอมหลัง 'ขุนค้อน' หล่นตกชั้น

Soccersuck

เผยแพร่ 30 พ.ค. เวลา 07.31 น. • Soccersuck

จาร์ร็อด โบเว่น กลายเป็นชื่อที่น่าจับตาสุด ๆ ในตลาดซัมเมอร์นี้ หลังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ต้องรับมือทั้งความเจ็บปวดจากการตกชั้น และความเสี่ยงที่จะเสียกัปตันทีมคนสำคัญออกจากถิ่นลอนดอน สเตเดี้ยม

สื่ออังกฤษรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โผล่ร่วมวงล่าดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ โดยมีลิเวอร์พูลและเชลซีให้ความสนใจเช่นกัน ขณะที่ “ขุนค้อน” ถูกคาดว่าอาจต้องขายนักเตะหลายราย เพราะการหล่นจากพรีเมียร์ลีกอาจทำให้รายได้หายไปถึง 100 ล้านปอนด์

แม้โบเว่นยังมีสัญญายาวกับเวสต์แฮมถึงปี 2030 แต่สถานการณ์การเงินของสโมสรอาจเปิดช่องให้ทีมใหญ่เจรจาค่าตัวได้ต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะ “ปีศาจแดง” ที่กำลังเตรียมทีมสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และไมเคิล คาร์ริค ย่อมอยากเติมความคมในแนวรุก

ปีกวัย 29 ปี ทำผลงานรวม 20 ประตูกับแอสซิสต์ในฤดูกาลล่าสุด แม้ทีมจะดิ้นรนหนักจนสุดท้ายไม่รอดตกชั้น โอกาสกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกทันที รวมถึงการได้สัมผัสเวทียุโรปใบใหญ่ที่เขายังไม่เคยลงเล่น อาจเป็นแรงดึงดูดสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โบเว่นเคยพูดหลังเกมที่เวสต์แฮมอัดลีดส์ ยูไนเต็ด 3-0 ว่ายังมองถึงภารกิจพา “ขุนค้อน” กลับขึ้นลีกสูงสุด

"ผมยังมีสัญญาที่นี่ ผมอยู่ที่นี่มา 6 ปีครึ่งแล้ว ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากมาย และนี่คือช่วงเวลาต่ำสุดที่จะกลบทุกอย่าง มันจะมีข่าวลือ มันจะมีการพูดถึง แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ผมมองคือการพาสโมสรนี้กลับสู่พรีเมียร์ลีก เพราะนั่นคือที่ที่สโมสรนี้สมควรอยู่" โบเว่น เริ่มกล่าว

หลังจากนั้น เจ้าตัวยังโพสต์ระบายความรู้สึกผ่านอินสตาแกรม โดยยอมรับทั้งความอับอายและความเจ็บปวด พร้อมขอโทษแฟนบอลที่ทีมทำได้ไม่ดีพอ

"สิ่งหนึ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับสโมสรนี้คือมันมีความปรารถนาและการต่อสู้ที่จะกลับมาได้ สโมสรนี้คู่ควรกับพรีเมียร์ลีก และสมควรกลับไปอยู่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด" แนวรุกทีมชาติอังกฤษ กล่าวทิ้งท้าย

อีกประเด็นที่ทำให้ข่าวนี้ยิ่งน่าสนใจคือ โบเว่นเคยเปิดเผยเมื่อปี 2022 ว่าเติบโตมากับการตามเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะชื่นชอบเดวิด เบ็คแฮม ทำให้หากดีลนี้ขยับจริง ซัมเมอร์นี้อาจมีเรื่องให้แฟน “ผีแดง” ได้ลุ้นกันยาว ๆ

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก Manchester Evening News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...