โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัชชาติ” ลุยบางกอกน้อย ชาวบ้าน-วินมอไซค์แห่รับ บอก “เบอร์ 9 คือเบอร์ในดวงใจ” พร้อมเร่งแก้ปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสีย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"ชัชชาติ" ลงพื้นที่บางกอกน้อย ชี้ กังวลโครงการบําบัดน้ำเสีย ที่ก่อสร้างค้างคามานานก่อนดำรงตำแหน่ง รับ ล่าช้าจากหลายปัจจัย ทำปชช.เดือดร้อนช่วงหน้าฝน-ปัญหาน้ำเสีย ยัน หากได้รับเลือกจะเร่งรัดให้เสร็จ ไม่เกินปลายปี 69 เน้น ทําป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด พร้อม ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เหมาะกับสิ่งแวดล้อม ย้ำ เร่งพัฒนา “เส้นเลือดฝอย” เชื่อมระบบขนส่งหลัก ดูแลทั้งซอยย่อย ไฟส่องสว่าง ขณะชาวบ้าน-วินมอเตอร์ไซค์แห่ให้กำลังใจ บอก เบอร์ 9 คือเบอร์ในดวงใจ

วันที่ 29 พ.ค. 69 ที่วัดโพธิ์เรียง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเบอร์9 ได้ลงพื้นที่ชุมชนวัดโพธิ์เรียง เขตบางกอกน้อย เพื่อหาเสียงและพบปะกับพี่น้องประชาชนในชุมชน พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี บางคนได้เข้ามาขอถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนขับผ่านบีบแตรพร้อมลดกระจกลงมาเพื่อโบกมือทักทายและมีวินมอไซค์ กล่าวทักทายในชัชชาติโดยบอกว่า จะไม่ให้เลือกได้อย่างไร ต้องเลือกอยู่แล้ว เพราะดูจากนโยบายก็ต้องเลือกอยู่แล้วเพราะเบอร์ 9 คือเบอร์ในดวงใจของตน

นอกจากนี้นายชัชชาติได้ไปดูพื้นที่จัดทำบ่อกักเก็บน้ำเสีย ที่บริเวณด้านหลังของวัดโพธิ์เรียง ซึ่งบ่อดังกล่าว จะเป็นบ่อน้ำกักเก็บน้ำเสีย ก่อนที่จะส่งไปยังโรงบำบัดน้ำเสีย หลังจากนั้นนายชัชได้ขึ้นไปกราบสักการะ องค์พระที่บริเวณโบสถวัดโพธิ์เรียง โดยทางเจ้าวาสของวัดโพธิ์เรียงได้ขอเอกสารแผ่นพับที่เขียนนโยบายกับนายชัชชาติ และเมื่อนายชัชชาติมอบให้พร้อมบอกว่า ที่มอบให้ไม่ได้หาเสียง แต่ต้องการให้ดูนโยบายว่ายังมีอะไรที่ขาดเหลือ เพราะพระรู้ปัญหาของชุมชนเยอะ

โดยภายหลังจากการพบปะประชาชนในพื้นที่เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ในวันนี้ ว่า ถือว่าเป็นพื้นที่เก่าแก่ ในบริเวณฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นลักษณะชุมชนที่อยู่กันแน่น ถนนเล็ก และคับแคบ แต่ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดใหญ่ พร้อมยกตัวอย่าง เส้นเลือดใหญ่ อย่างเช่นรถไฟฟ้า เส้นเลือดฝอย คือประชาชนเดินทางสัญจรอย่างไรเพื่อให้มาถึงบริเวณรถไฟฟ้าได้ ดังนั้นจึงต้องทำเส้นเลือดฝอยให้เข้มแข็ง และในพื้นที่บางกอกน้อยมีการปรับปรุงตรอกซอกซอย ไฟแสงสว่าง ขุดลอกคูครองรวมถึง ระบบต่างๆที่เราเล็งเห็นว่าจะต้องไปด้วยกัน

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่ต้องดูแล คือผู้สูงอายุในพื้นที่บางกอกน้อย ที่ต้องมีการกระจายดูแลเรื่องสาธารณสุข ผู้ป่วยติดเตียงอัคคีภัยเพราะการเข้าถึงในพื้นที่ชุมชนค่อนข้างลำบาก ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องดับเพลิงที่สามารถพกพาได้ แต่ปัญหาหลักของเขตบางกอกน้อยในขณะนี้คือ ตัวระบบบำบัดน้ำเสีย ที่ขณะนี้มีโครงการโรงบำบัดหนึ่งแห่ง และโครงการกักเก็บน้ำเสียอีก 3 โครงการ ซึ่งยอมรับว่าโครงการดังกล่าวมีความล่าช้า และมีการขยายเวลาในช่วงโควิดไปอีก 400 กว่าวัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนซึ่งจะต้องมีการเร่งรัด และต้องยอมรับว่าเป็นโครงการที่หนักใจ เพราะมีปัญหาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบที่ไม่ตรงกับสภาพหน้างาน ซึ่งถ้าหากตนได้กลับมาก็จะต้องเร่งรัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นได้มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาสอบถาม นายชัชชาติถึงโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียจะสามารถสร้างแล้วจะเสร็จได้ในปีไหน นายชัชชาติบอกว่าจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

เมื่อประชาชนถามต่อว่าหากนายชัชชาติไม่ได้รับการเลือกตั้งจะทำอย่างไร เพราะเมื่อถึงช่วงหน้าฝนทำให้มียุงและน้ำไม่ได้รับการระบาย โดยนายชัชชาติได้ตอบกลับว่า โครงการนี้มีขึ้นมาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเมื่อสมัยที่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาหลักซึ่งส่วนตัวตนมองว่าคงจะไม่เกินปลายปี 2569 ที่จะดำเนินโครงการนี้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวถึงนโยบายที่ระบุไว้ว่าจะไม่มีการติดป้ายหาเสียง กล่าวว่า นโยบายป้ายหาเสียง ที่ระบุไว้ว่าจะไม่มีป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งหากมีก็ต้องมีให้น้อยที่สุด ตนมองว่าก็ไม่ได้จำเป็นและเกะกะเมือง อีกทั้งไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมเพราะต้องใช้พลาสติก อีกทั้งราคายังสูง ซึ่งเชื่อว่าในถนนใหญ่ประชาชนคงรู้อยู่แล้วว่าเราเบอร์อะไร ซึ่งก็จะใช้สื่ออื่นในการหาเสียงเช่นสื่อโซเชียลมีเดีย หรือการทำบิวบอร์ดเพราะไม่ได้มีราคาแพง ซึ่งจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการหาเสียงให้ดีต่อสิ่งแวดล้อมต้นทุนถูกลง แต่ขณะเดียวกันสำหรับในพื้นที่ชุมชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ก็คงจะมีการนำไปติดในชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดีย รู้ว่าเบอร์อะไร ซึ่งจะต้องมีการปรับการหาเสียงให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อม

นายชัชชาติ ยอมรับว่าปีนี้แปลก เพราะไม่ค่อยเห็นป้ายหาเสียง ของผู้สมัครผู้ว่ากทม. รายอื่น ซึ่งถือว่าน้อยลงมาก เพราะปกติแล้วเมื่อรับสมัครเสร็จ ก็จะมีป้ายหาเสียงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

”ชัชชาติ“ บอกไม่มีประโยชน์ หลัง ผู้สมัคร สก.ล็อกหวังได้เบอร์ 9 มอง ความจริงไม่ควร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีขบวนการผู้สมัคร สก.ให้ค่าจ้าง 10,000 บาท เพื่อล็อคหมายเลขรับสมัคร ให้ได้หมายเลข 9 ว่า มีคนพูดให้ฟังแต่ตนเองคิดว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะคนคงไม่ได้เลือกเพราะเบอร์ อาจจะมีคนเข้าใจผิด แต่สมัยนี้น่าจะน้อย ยอมรับว่าไม่รู้รายละเอียดเห็นแต่คนเขาเล่ามา ในใจคิดว่าคงไม่ได้ช่วยอะไรเพราะคนคงรู้ว่าจะกาเบอร์ไหนสำหรับ สก.และผู้ว่าฯ กทม.คนที่กาผิดคงมีน้อยมาก ไม่น่าคุ้มกับการทำ หรืออาจจะมีตนเองก็ไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่าส่วนที่มีค่าจ้างหัวละ 10,000 บาท นายชัชชาติ กล่าวว่า ”อ้าว เหรอ โอเค“ จะเข้าข่ายการทุจริตหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ คงให้ กกต.ไปดูอีกที ไม่อยากจะก้าวล่วง เพราะไม่รู้รายละเอียด ความจริงไม่ควรทำหากทำโดยหวังว่าคนจะกาผิด คงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...