โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด 2 ศพ ผัวยิงเมียคนที่ 3 ดับ ก่อนปลิดชีพตาม เผย เพิ่งสู่ขอกันมาตอนเช้า

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น.
ภาพไฮไลต์

เมียเล่าเหตุสลด ผัวยิงเมียใหม่คนที่ 3 ดับคาโรงเพาะกล้า ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม เผย ช่วงเช้าเพิ่งพากันไปสู่ขอ - กินข้าวฉลองแต่งงานด้วยกัน ทั้งยังตกลงจะนอนร่วมกันสี่คน

เมื่อเวลา 22.15 น. ร.ต.อ.สำเริง มนฑนม รองสารวัตรสอบสวน สภ.แม่แจ่ม ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีผู้ยิงกันเสียชีวิตที่โรงเพาะกล้าไม้ บ้านแม่หมุม ต.กองแขก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทีมกู้ภัยและแพทย์นิติเวช

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนางสาวทิพย์รดา ไพรเสถียร อายุ 36 ปี ชาวบ้านขุนกลาง อ.จอมทอง ถูกอาวุธปืน 9 มม. ยิงเข้าที่ศีรษะ นอนเสียชีวิต ภายในโรงปุ๋ยหมักของโรงเพาะกล้า ใกล้กันพบศพนายภักค์ พิกุลทองเกิด อายุ 43 ปี ชาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นอนเสียชีวิต ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะเช่นเดียวกัน

จากการสอบสวน นางสุนีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ภรรยาคนที่ 2 ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุหลังจากทานข้าวเสร็จ เธอและลูก พร้อมเมียคนที่ 1 คือ นางใส (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ได้เข้าไปในห้องพัก ซึ่งผู้ตายทั้งสองคนได้อยู่ที่โรงหมักปุ๋ย คุยกันสองคนแต่ไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกัน

จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตนเองตกใจและวิ่งออกมาดู แต่ไม่กล้าเข้าไปที่เกิดเหตุ จึงได้โทรหาน้องชายให้เข้ามาดูแทน เมื่อน้องชายเข้าไปดู จึงพบว่ามีการยิงกัน โดยเห็นสภาพของฝ่ายหญิงยังหายใจโรยรินอยู่ แต่ฝ่ายชายนั้นนอนแน่นิ่งแล้ว จึงได้โทรแจ้งรถพยาบาล และโทรแจ้งตำรวจ สภ.แม่แจ่ม เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ทั้งยังเปิดเผยต่อว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ก.ค. เวลา 09.00 น. สามีได้ชวนภรรยาทั้ง 2 คน คือ นางใส และนางสุนีย์ นั่งรถยนต์กระบะ ไปสู่ขอภรรยาคนที่ 3 ที่บ้านขุนกลาง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง เมื่อสู่ขอเสร็จแล้ว เวลา 11.00 น. ทั้งสี่คนผัวเมีย ก็ได้พากันไปทานข้าวที่ห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม เพื่อฉลองการแต่งงานใหม่

ก่อนหน้าที่กินข้าวกันที่ห้วยตึงเฒ่านั้น ทั้งสี่คนได้คุยกันและตกลงกันว่า จะนอนร่วมกันสี่คนผัวเมีย ก่อนจะเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม ที่โรงเพาะบ้านพัก และช่วงเย็นได้ทานข้าวเย็นร่วมกัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันละทิศละทาง สามีตนและภรรยาคนที่ 3 ก็ได้พากันไปคุยกันที่โรงหมักปุ๋ย คาดว่าทะเลาะกันและภรรยาคนที่ 3 จะหนีกลับบ้าน สามีจึงได้บันดาลโทสะ ยิงภรรยาคนที่ 3 ตาย และยิงตัวเองตาม เพื่อหนีความผิด

ด้าน นางใส ภรรยาคนที่ 1 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนและภรรยาคนที่ 2 จึงได้เรียกคนในครอบครัวช่วยกันนำทั้งสองส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันเสียชีวิตก่อน

ซึ่งหลังจากนำตัวส่งโรงพยาบาลแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพเรียบร้อยแล้ว ทางครอบครัวของนางสาวทิพย์รดา ผู้เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ที่เห็นศพลูกสาวตัวเอง ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าการออกจากบ้านเกิดเพื่อมาเป็นภรรยาของนายภักค์ นั้นจะทำให้มาเสียชีวิตอย่างไม่มีวันกลับ

ล่าสุดเช้าวันนี้ (19 ก.ค.) ร.ต.อ.สำเริง มนฑนม รองสารวัตรสอบสวน สภ.แม่แจ่ม ได้เรียกตัวนางใส และนางสุนีย์ ภรรยาทั้ง 2 คน มาสอบปากคำที่ สภ.แม่แจ่ม อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบสำนวนคดี

ส่วนศพของนายภักค์ และนางสาวทิพย์รดา นั้น หลังเสร็จคดีทางครอบครัวจะนำไปฝัง เพราะทั้งสองคนเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งทางครอบครัวฝ่ายหญิงถือว่าได้ยกให้มาเป็นเมียฝ่ายชายแล้ว ทางฝ่ายชายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และประกอบพิธีให้ศพให้กับฝ่ายหญิงตามประเพณี

ทางด้าน พ.ต.อ.สถิตชัย นิตยวัน ผกก. สภ.แม่แจ่ม เปิดเผยว่า สาเหตุเนื่องจาก นางทิพย์รดา ผู้ตาย (ซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 3) จะขอกลับบ้านตนเองที่ อ.จอมทอง โดยจะไม่กลับมาอยู่ร่วมกับนายภักค์ และภรรยาของนายภักค์อีก 2 คน จึงได้ทะเลาะกับนายภักค์ เป็นเหตุให้นายภักค์ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ยิงนางทิพย์รดาจนเสียชีวิต จากนั้นนายภักค์ ได้ใช้ปืนกระบอกดังกล่าว ยิงตัวเองจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สลด 2 ศพ ผัวยิงเมียคนที่ 3 ดับ ก่อนปลิดชีพตาม เผย เพิ่งสู่ขอกันมาตอนเช้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...