โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ‘พักการเรียน-ไล่ออก’ นักศึกษาประท้วงหนุนปาเลสไตน์

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เดลินิวส์
มหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐ ดำเนินการทางวินัยกับนักศึกษาที่เข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัย ขณะที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยกเลิกการตัดเงินอุดหนุน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า โฆษกมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวว่า สถาบันได้ลงโทษนักศึกษาที่ยึดครองห้องสมุดเพื่อประท้วงเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มากกว่า 70 คน ในจำนวนนี้ มากกว่า 80% ถูกพักการเรียน หรือไล่ออก ส่วนที่เหลือถูกคุมประพฤติทางวินัย และบัณฑิตจบใหม่บางคนถูกเพิกถอนปริญญา

นอกจากนั้น ยังมีนักศึกษาอีกจำนวนมากซึ่งเข้าร่วมการตั้งแคมป์ประท้วงช่วงสุดสัปดาห์หนึ่ง เมื่อปี 2567 แต่ทางโฆษกปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า มีจำนวนทั้งหมดกี่คน หรือได้รับโทษอะไรบ้าง

แนวทางการลงโทษนี้ เป็นมาตรการแรกของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย (ยูเจบี) ชุดใหม่ หลังฝ่ายบริหารชุดเก่าตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลทรัมป์ ที่อ้างว่าพวกเขา "ผ่อนปรนต่อผู้ประท้วง" ขณะที่โฆษกกล่าวว่า ช่วงเวลาของมาตรการนี้ เกี่ยวข้องกับกระบวนการใหม่ มากกว่าการเจรจากับรัฐบาล

นักศึกษาส่วนใหญ่ที่ถูกลงโทษ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการยึดห้องสมุดบัตเลอร์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ปักหลักประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมนักศึกษาเกือบ 80 คน ส่วนนักศึกษาที่ถูกลงโทษทางวินัยจากการกระทำดังกล่าว จะมีการพิจารณาอนุมัติอีกครั้งโดยสภามหาวิทยาลัย รวมถึงกรณีการตั้งแคมป์ประท้วงด้วย

อนึ่ง มหาวิทยาลัยโคลัมเบียพยายามเจรจากับรัฐบาลทรัมป์มานานหลายเดือนแล้ว เพื่อหาข้อยุติจากข้อกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระแสการต่อต้านยิวในสถานศึกษา ซึ่งส่งผลให้มหาวิทยาลัยถูกตัดเงินอุดหนุนแล้ว 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,431 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...