โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาดไทย ถก วอรูมติดตามสถานการณ์ “พายุวิภา” หลังฝนตกต่อเนื่อง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.02 น.

มหาดไทย ถก วอรูมติดตามสถานการณ์ “พายุวิภา” หลังฝนตกต่อเนื่อง ห่วงพื้นที่เหนือ-อิสาน พื้นที่ราบเชิงเขา เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก-ท่วมฉับพลัน ด้าน มท.2 กำชับ พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม พร้อมย้ำ ความปลอดภัย-ทรัพย์สิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เผย เตรียมลงพื้นที่เชียงราย-น่าน รับกังวล น่าน ที่สุด เหตุฝนหนัก 1 ชม. น้ำขึ้น 30 ซม. สั่ง ปภ.-กรมชลฯ เร่งสูบน้ำ ป้องกันพื้นที่ ศก.

วันที่ 23 ก.ค. 68 ที่กระทรวงมหาดไทย กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติหรือ บกปภ.ช. ประชุมตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์พายุ “วิภา” โดยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ร่วมรับฟัง ซึ่งมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ ได้ติดตามภาพรวมสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งจังหวัดแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในหลายจังหวัดจากอิทธิพลพายุวิภา

นางสาวธีรรัตน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกล่าวว่า หลังการติดตามสถานการณ์พายุวิภาที่เกิดขึ้น เป็นที่คาดการณ์จากที่บอกก่อนหน้านี้ว่าจะมีความรุนแรงอยู่ในระดับที่ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้างโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จากการประชุมและได้รับรายงานโดยตรงจากพื้นที่ในหลายๆจังหวัดด้วยกัน เช่นพื้นที่จังหวัดน่าน ที่ตอนนี้ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับมือ ขนของขึ้นที่สูงเพื่อที่จะไม่ให้ได้รับความเสียหาย รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์ที่ทางหน่วยงานราชการจัดเตรียมไว้ให้ โดยเป็นการขอความร่วมมือเพื่อให้ทุกคนได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ในส่วนของจังหวัดน่าน ขณะนี้มณฑลทหารบกที่ 38 ได้นำกำลังลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดเตรียมเรื่องของระบบการทำงานทุกระบบเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนและขอย้ำเตือนว่าขณะนี้น้ำที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ จ. น่านมีปริมาณ ที่ 1 ชั่วโมง 30 เซนติเมตร ถือว่าเป็นปริมาณที่สูง โดยตนได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปภ.)นำเครื่องสูบน้ำลงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาน้ำที่จะเข้าสู่ในพื้นที่ส่วนกลางให้มีระดับน้อยลงมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามน้ำมาแน่นอน จึงอยากให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ

ในส่วน จ. พะเยา ได้มีการประชุมผ่านZoom ในพื้นที่จริง พบว่าในบางอำเภอยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและน้ำอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แม้จะยังไม่สูงแต่ก็ต้องเตรียมพร้อม และมีความเป็นไปได้หากมีฝนตกต่อเนื่องก็จะมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นได้อีก

ส่วนจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายทางพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้อยู่แล้ว และอย่างน้อยการเตรียมการที่ดีขึ้นเชื่อว่าอาจจะมีการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยทางกรมชลประทานได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของเขื่อนเพื่อให้รับน้ำเรับหมาะสมกับน้ำที่กำลังจะมาและมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลงกระทบน้อยที่สุด

สำหรับภาพรวมและการพยากรณ์น้ำในช่วงของ3-5 วัน ที่จะถึงนี้ ได้ฟังรายงานจากกรมชลประทานในเรื่องของน้ำเหนือที่จะไหลสู่ลำน้ำต่างๆได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่อาจมีน้ำท่วมพื้นผิวจราจร

อีกทั้งได้มีการเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยให้มีความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ตามแนวทางประกอบด้วยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยดูในเรื่องของหลักการรักษาชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่จะต้องดำเนินการ และการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานต้องได้รับความปลอดภัยเช่นกัน

สำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกปริมาณมากและพื้นที่สำคัญที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่แล้ว ขอให้ทางจังหวัดได้เข้าไปป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่ามีฝนตกต่อเนื่อง การที่มีฝนตกต่อเนื่องต้องป้องกันเรื่องของดินโคลนถล่มเพราะดินอุ้มน้ำหลายวันมีความชุ่มฉ่ำมาก อาจทำให้เกิดดินโคลนถล่มได้ และให้ทางจังหวัดที่มีความเสี่ยงอพยพประชาชนออกมาโดยเร็ว เพราะดินโคลนถล่มคาดการณ์ได้ยากแต่ถ้าหากรู้ว่ามีจุดไหนที่เสี่ยงอยู่แล้วทางเจ้าหน้าที่สามารถที่จะเข้าไปในจุดนั้นได้ทันที

ขณะที่การทำงานครั้งนี้บูรณาการกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ หลายจังหวัดมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องถิ่นเพื่อควบคุมสั่งการ อำนวยการให้การระดมกำลังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และดูแลในเรื่องของการดำรงชีพ ตั้งโรงครัว แจกถุงยังชีพ และดูแลสภาพจิตใจประชาชน ให้ดีที่สุด สั่งการให้บุคลากรลงไปดูแลประชาชนไม่ให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและการป้องกันการลักขโมย ที่จะเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยต้องไม่เกิดขึ้น และถ้าหากจะมีการปิดเส้นทางในเรื่องของถนนจะมีการแจ้งประชาชนก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งถ้าหากพบว่า บางพื้นที่มีความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสูงสามารถที่จะตัดไฟได้เลยเพื่อที่จะป้องกันปัญหาไฟรั่วหรือไฟดูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่การศึกษา ในส่วนของพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนในการทำความสะอาดบ้านเรือนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

สำหรับการรายงานสถานการณ์ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดรายงานสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลถล่ม ผลกระทบและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในทุกวัน ตอนเช้าเวลา 09:00 น. ซึ่งจะมีการประชุมสรุปสถานการณ์ในแต่ละวันเพื่อประเมินเพิ่มกำลังในแต่ละพื้นที่ให้ทันต่อสถานการณ์มากที่สุด

ส่วนทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งเซลล์บอร์ดแคสส่งข้อความผ่านศูนย์กระจายข่าวในระดับพื้นที่และจังหวัดให้ประชาชนได้ทราบ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนกระจายข่าวสาร ยอมรับว่าพื้นที่ที่กังวลคือจังหวัดน่านที่มีน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากน้ำที่เสริมเข้ามา จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสูงสุด

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า เซลล์บรอดคาสต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และส่งแจ้งเตือนประชาชนไปแล้วตั้งแต่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันจำนวน 56 ครั้ง แบ่งเป็นแผ่นดินไหว 2 ครั้ง อุทกภัย 45 ครั้ง ดินโคลนถล่ม 9 ครั้ง ในช่วงของวันที่ 20 กรกฎาคม 68 สถานการณ์พายุวิภาส่งแจ้งเตือนไปแล้ว 24 ครั้ง อุทกภัย 15 ครั้ง ดินโคถล่ม 9 ครั้ง ส่วนวันที่ 22 กรกฎาคม ส่งแจ้งเตือนเพิ่มเติม 12 ครั้ง ในเรื่องของอุทกภัย

นางสาวธีรรัตน์ ระบุว่า ศูนย์เตือนภัยของกระทรวงมหาดไทย ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่งสัญญาณเตือนภัยรวมถึงส่งข้อความเตือน ในช่วงเวลาเกิดเหตุจริงทุกช่วงเวลา และมีการแจ้งเตือนเตรียมพร้อมเส้นทางน้ำที่จะมาถึงแต่ละพื้นที่ ส่วนดินโคลนถล่มจุดเสี่ยงต่างๆได้ประกาศออกไปตามพื้นที่ต่างๆก่อนหน้านี้ ได้มีการขนย้ายและอพยพประชาชนออกมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารที่สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนพาไปอยู่ศูนย์อพยพ

เมื่อถามว่าในเรื่องของการเดินทางจังหวัดน่านเข้ามาตัวเมือง บางจุดเส้นทางเริ่มสัญจรลำบากทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการประสานกับกระทรวงคมนาคมในเรื่องของการเดินทางโดยเฉพาะสายการบิน บ้างหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านรายงานว่า ยังมีถนนบางส่วนที่กระทบ แต่ในเรื่องของการบินหรือการเดินทางยังสามารถที่จะดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งคาดการณ์ว่าถ้ามีถนนหลายเส้นที่เกิดผลกระทบกับเรื่องของผู้เดินทางอาจจะต้องแจ้งให้ทราบเพื่อที่จะได้มีการเตรียมการเผื่อเวลาในการเดินทาง และอยากให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เตรียมในเรื่องของยานพาหนะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

ส่วนสถานการ์ณวันที่ 23 -25 ก.ค. 68 ตามกรมอุตุนิยมวิทยามีความกังวลในช่วงวันใดเป็นพิเศษหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ ระบุว่า วันนี้น่าจะหนักที่สุด มีความกังวลมากที่สุด ประกอบกับปริมาฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตลอดในพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัด น่าน แม้ว่าตอนนี้ระดับของพายุวิภา จะลดความรุนแรงลงแต่ในพื้นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม และก็ต้องมีการเฝ้าระวังสูงสุด หากทิศทางหรือความรุนแรงของพายุเกิดการเปลี่ยนแปลง

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวถึงในเรื่องของพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ประชาชนมีความกังวลในเรื่องของสารปนเปือนในแม่น้ำกกและพื้นที่ในอำเภอแม่สาย ขอยืนยันว่าตอนนี้อำเภอแม่สายได้รับผลกระทบน้อยมากเช่นเดียวกับเนื้อเรื่องของสารปนเปื้อนของแม่น้ำกที่ปริมาณฝนตกลงมาทำให้สารปนเปื้อนค่อนข้างเจือจาง ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ทั้งนี้นางสาวธีรรัตน์ เตรียมเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พายุวิภาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน เพื่อรับฟังรายงานเพิ่มเติมจากในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่เดือดร้อน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...