โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบช.น.เรียกทุกหน่วยประชุมดูแลความสงบการชุมนุมเสาร์นี้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.52 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 24 มิ.ย. – ผบช.น.เรียกทุกหน่วย ประชุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมรอบอนุสาวรีย์ฯ เสาร์นี้ เตรียมปิดจราจร-เปิดช่องพิเศษให้รถพยาบาล-ติดเครื่องตรวจอาวุธ ป้องกันมือที่ 3 ป่วนชุมนุม

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมหารือมาตรการการดูแลความสงบเรียบร้อย ก่อนการชุมนุมใหญ่ของคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประกอบด้วยกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-2 และ 6, สืบนครบาล, หน่วย EOD, กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, กองบังคับการตำรวจจราจร รวมทั้งตำรวจหน่วยอื่น ๆ ที่มีส่วนรับผิดชอบ

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อให้ตำรวจแต่ละฝ่ายรับทราบถึงแนวการปฏิบัติและสถานการณ์การข่าวล่วงหน้า เพื่อให้การชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบ และปราศจากเหตุแทรกแซง

ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยผลการประชุมกับสื่อมวลชน โดยระบุว่า การประชุมในวันนี้เน้นเตรียมความพร้อมของตำรวจนครบาลในเรื่องของการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยการชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้น เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสงบ โดยจากการประเมินเบื้องต้นในวันนี้ คาดว่าจะมีตัวเลขผู้ชุมนุมประมาณ 3,000 คน ที่มาจากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่อาจจะมีตัวเลขเพิ่มมากขึ้น เพราะจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จึงได้มีการวางแผนในเรื่องความปลอดภัยกับตำรวจ บก.น.2 ท้องที่รับผิดชอบตามพื้นที่ชุมทางที่ประชาชนจากต่างจังหวัดจะเดินทางเข้ามา ทั้งสถานีขนส่งหมอชิต และชุมทางรถไฟบางซื่อ ซึ่งหากมีตัวเลขกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานครมากกว่า 3,000 คน ตามแผนการคืออาจจะพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะได้วางแผนในเรื่องของการจัดการจราจร เนื่องจากในวันที่ชุมนุมนั้นเป็นวันหยุดราชการและอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่สัญจรบนท้องถนน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเตรียมจัดประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เดินทางมายังจุดชุมนุมคืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและเส้นทางหลักที่คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เดินทางมาชุมนุม โดยจะเริ่มประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันหากประเมินสถานการณ์ในวันชุมนุมแล้วพบว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมามากขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องปิดการจราจรบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะจัดเป็นพิเศษเอาไว้สำหรับรับ-ส่งผู้ป่วยโรงพยาบาลที่อยู่โดยรอบ รวมทั้งเตรียมเอาไว้รองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุม

พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือและร่วมวางแผนกับ BTS และ ขสมก. ในเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะที่จะต้องอำนวยความสะดวกและเฝ้าระวังความปลอดภัยด้วย รวมทั้งจะต้องประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้มาชุมนุมให้หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะในละแวกพื้นที่ชุมนุม

สำหรับการข่าว ในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังหรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดอันตรายแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะไม่ประมาทเป็นอันขาด เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดเหตุที่ไม่คาดคิดจากฝีมือของกลุ่มบุคคลที่ 3 หรือบุคคลผู้ไม่หวังดี โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อาจจะมาสร้างสถานการณ์ในช่วงที่ประเทศกำลังมีวิกฤตทางชายแดน ซึ่งทางตำรวจได้เตรียมแผนรับมือชาวต่างชาติไว้แล้ว แต่เพื่อความมั่นคง จึงยังไม่สามารถระบุแผนได้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและสงบเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่จะจัดจุดตรวจเฝ้าระวังกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม ทั้งการตรวจอาวุธและตรวจค้นกระเป๋ารายบุคคล เพื่อไม่ให้มีการนำอาวุธหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม รวมทั้งอาจจะต้องตรวจพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านพื้นที่การชุมนุม จึงอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้มาชุมนุมหรือประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาบ้าง แต่ยืนยันว่า ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อความปลอดภัยและเป็นการไม่ประมาท ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสร้างสถานการณ์จากผู้ไม่หวังดี.-415- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...