โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุม หั่นจีดีพีเหลือ 1.7 %

The Better

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.30 น. • THE BETTER
ม.หอการค้าฯปรับลดจีดีพีปีนี้หลังประเมินผลกระทบเศรษฐกิจทั้งส่งออกเสี่ยงชะลอตัวจากภาษีสหรัฐ ท่องเที่ยวฟื้นช้า การลงทุนชะลอ รวมถึงเสถียรภาพรัฐบาล

รศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ม.หอการค้าไทยได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) จากประมาณการเดิม 3.0% เหลือเพียง 1.7% โดยจีดีพีมีแนวโน้มผันผวนได้ในช่วง 0.9%-2.3% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัจจัยลบหลายด้านดังนี้ 1.มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กระทบการส่งออกหนัก คาดว่าจะลดการส่งออกลง 1.26-1.93% ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการเจรจา ขณะที่สินค้าจีนไหลทะลักเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเดือนเม.ย.ไทยนำเข้าสินค้าจากจีน ขยายตัว 30% เมื่อเทียบกับจีนส่งออกไปสหรัฐลดลง 34.5%

2.การลงทุนภาคเอกชนหดตัวต่อเนื่องไตรมาส 1 ติดลบ 0.9% และหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 โดยคาดว่าในปี 2568 ยังติดลบ 1.2% หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นการลงทุนที่เข้มแข็งสะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนแอและปัญหาโครงสร้าง

3.ภาคอุตสาหกรรมเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง อัตราการใช้กาลังการผลิตอยู่ที่ 65.1% เท่านั้น ขณะที่การผลิตฟื้นตัวช้ากว่าการส่งออกการบริโภคเอกชนชะลอเหลือ 2.4% จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงถึง 87.4% ต่อ จีดีพี กดดันกาลังซื้อในช่วงที่เหลือของปี

4.ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวล่าช้า นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวเพียง 40.3% เทียบก่อนโควิด-19จากปัญหาความปลอดภัยและการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น

5.ความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยเสี่ยง รวมถึงการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ (ก.ค. 2568), ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน, ความตึงเครียดไทย-กัมพูชา และเสถียรภาพรัฐบาล และ 6.การปรับเปลี่ยนจากโครงการแจกเงินฯ ไปสู่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มี Fiscal Multiplier สูงกว่า (1.3เท่า) แต่ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกจ่าย เนื่องจากยังมีกระบวนการในการเบิกจ่ายอนุมัติงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องเร่งใช้เงินให้ได้ในช่วงไตรมาส4 เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบโดยเร็ว

“ภาพรวมเศรษฐกิจผิดคาดจากที่เคยประเมินไว้ จึงต้องปรับมุมมองโดยปรับลดจีดีพีเหลือ 1.7% จากเป้าเดิม 3 % เนื่องจากไทยมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่ต้องเจอ โดยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือรัฐบาลต้องเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐ ซึ่งต้องรอดูว่าจะสามารถลดภาษีนำเข้าในอัตราเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้มีผลต่อการส่งออก ขณะเดียวกันต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายโดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท รวมถึงกระตุ้นการลงทุนเอกชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจเพื่อรับมือความไม่แน่นอน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...