โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ฟอร์ซเซล ยังไม่จบ หุ้น BEC-KTC-XPG ร่วงหนัก 3 วันติดวอลุ่มเทรดหมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.31 น.

ฟอร์ซเซล ยังไม่จบ หุ้น BEC-KTC-XPG ร่วงหนัก 3 วันติดวอลุ่มเทรดทะลุหมื่นล้าน นักวิเคราะห์เตือนรอดูสถานการณ์

วันที่ 25 มิ.ย.2568 สถานการณ์หุ้นร้อนทั้ง 3 ตัวยังคงปรับตัวลงอย่างหนักในเช้าวันนี้ หลังจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยกเลิกมาตรการชั่วคราวให้กลับมาใช้เกณฑ์ซีลลิ่ง-ฟลอร์ 30% ตามเดิม

ทำให้หุ้น BEC ดิ่งฟลอร์ที่ 29.77% มาที่ 1.84 บาท ลดลง 0.78 บาท ราคาล่าสุด 3 วันนี้ลดลงไปถึง 1.82 บาท จากราคาปิดสัปดาห์ก่อน (20 มิ.ย.) ที่ 3.66 บาท หรือลดลงไปเกือบ 50%

ตามมาด้วยหุ้น XPG ช่วงต้นค่อนข้างผันผวน โดยราคาปรับลดลงไป 8% หรือยู่ที่ หุ้นละ 0.46 บาท ลดลง 0.04 บาท ก่อนที่จะฟื้นมาบวกได้ 4% ที่ 0.52 บาท แต่ล่าสุดเมื่อเวลา 10.25 น.พลิกกลับไปร่วงลง 22% มาที่ 0.39 บาท ลดลง 0.11 บาท โดย 3 วันนี้ราคาลงไปแล้ว 45% จากราคาปิดสัปดาห์ก่อนที่ 0.71 บาท

KTC ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 เช่นเดียวกัน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.34 น.ปรับลดลง 8.40% มาที่ 22.90 บาท ลดลง 2.10 บาท มูลค่าซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับหนึ่งของเช้านี้

รวมมูลค่าการซื้อขายหุ้น 3 ตัวนี้ทะลุหมื่นล้านบาทไปแล้ว โดย KTC มูลค่าการซื้อขายสูงสุดกว่า 9,600 ล้านบาท XPG มูลค่าการซื้อขาย 615 ล้านบาท และ BEC มูลค่าการซื้อขาย 340 ล้านบาท

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การที่ราคาหุ้น 3 ตัวนี้ ทั้งหุ้น บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC), บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) และบมจ. เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG)ยังร่วงลงมาต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันที่ 3 คาดว่าเป็นผลจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถูกบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) ดังนั้น หุ้น KTC, BEC, XPG ก็ยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงได้ต่อเพราะยังมีออร์เดอร์รอขายอยู่อีกมาก

แต่ด้วยภาพของปัจจัยพื้นฐานของหุ้นทั้ง 3 ตัวยังไม่มีประเด็นใดเข้ามากระทบกับการดำเนินธุรกิจ จึงต้องติดตามว่าประเด็นฟอร์ซเซลจะคลี่คลายลงอย่างไร เพราะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น แนะนำให้รอดูสถานการณ์ (wait & see) ไปก่อน

ข้อมูลจาก StockRadars นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 บริษัท มูลค่ารวม 10,528,845,241 บาท (คิดจากราคาปิดวันที่ 23 มิ.ย.2568) แบ่งเป็นลงทุนหุ้นกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ 95.45% กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.70% และกลุ่มอื่นๆ อีก 1.84% ประกอบด้วย

  • บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 327,466,600 หุ้น คิดเป็น 12.70% มูลค่า 9,660,264,700 บาท
  • บมจ. เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) ถือหุ้นอันดับ 3 จำนวน 651,209,995 หุ้น คิดเป็น 6.09% มูลค่า 390,725,997 บาท
  • บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) ถือหุ้นอันดับ 7 จำนวน 91,682,000 หุ้น คิดเป็น 4.58% มูลค่า 284,214,200 บาท
  • บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 69,654,800 หุ้น คิดเป็น 16.60% มูลค่า 193,640,344 บาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...