โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไอติม” ยังไม่ฟันธงร่วมยื่นซักฟอกครม.ร่วม “ภท.” บอกม.151 เป็นอาวุธหนักต้องตรงเป้าหวัง

สยามรัฐ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 05.13 น.

วันที่ 25 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ และ โฆษกพรรคประชาชนกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีในการเปิดสมัยการประชุมในวันที่ 3 ก.ค.ว่า ต้องขอบคุณพรรฝ่ายค้านน้องใหม่ อย่างพรรคภูมิใจไทยที่เชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านสื่อมวลชน เรื่องแนวคิดเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่ในส่วนของพรรคประชาชนวางหลักการไว้ว่า ยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ การอภิปรายตามมาตรา 151 และ 152 รวมถึงกรรมาธิการฯ โดยสถานการณ์ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มสูญเสียความไว้วางใจต่อรัฐบาลเราก็พร้อมเป็นตัวแทนในการตรวจสอบรัฐบาล จึงแน่นอนขอยืนยันว่ากลไก 151 มาแน่นอน อาวุธแต่กลไกนี้เป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อสมัยการประชุม คือตั้งแต่ในวันที่ 3 กรกฎาคม ปี 68 ถึง 2 กรกฎาคมปี 69 จะใช้ได้เพียงหนึ่งครั้ง ดังนั้นแม้จะเป็นอาที่ทรงพลังแต่ต้องใช้อย่างแม่นยำและต้องหวังผล ทั้งมติในสภาและความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล แต่อีกมุมหนึ่งก็ไม่ต้องการให้ใช้อาวุธนี้อย่างเสียของ เพราะหากใช้ไปแล้วนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด จะกลายเป็นว่าไม่สามารถใช้กลไกนี้ได้อีกแม้จะมีนายกคนใหม่เข้ามา จึงจำเป็นต้องหารือเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

เมื่อถามว่าทางรัฐบาล ระบุว่าเพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ควรให้เวลาทำงานก่อน นายพริษฐ์ กล่าวว่าไม่ได้เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นนักเพราะนายกรัฐมนตรียังเป็นคนเดิมแม้ปรับครม. จะเปลี่ยนไปบ้าง ซึ่งเชื่อว่ารัฐมนตรีใหม่ส่วนหนึ่งเป็นคนที่ทำมานอยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงต้องขอดูก่อนว่าครม. ใหม่ที่จะตั้งประกอบด้วยใครบ้าง จะได้สรุปถูกว่านอกจากจะยื่นไม่ไหวไว้วางใจนายกแล้วจะยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดอีกบ้าง ทั้งนี้ในระหว่างการรอหารืออยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากให้ใช้เวลาในช่วงนี้ทบทวนการทำหน้าที่ของตัวเอง ตนเข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีหลายมิติ การตัดสินใจของรัฐบาลอาจจะมีการเลือกวิธีที่ถูกบ้างผิดบ้าง ในฐานะฝ่ายค้านก็จะพยายามเสนอแนะหากเห็นว่าดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่คิดว่าคุณสมบัติของผู้นำเมื่อใดก็ตามที่ผิดพลาดไปก็ควรต้องรู้ตัวเอง และการที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคลิปเสียงที่คุยกับสมเด็จฮุนเซนไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นการสะท้อนให้เห็นว่านายกยังไม่ ทบทวนอย่างจริงจังในข้อผิดพลาดที่ทำไปเป็นอย่างไร จึงอยากให้นายกฯทบทวนการตัวเองว่าพร้อมจะทำหน้าที่ต่อหรือไม่ หากทบทวนแล้วคิดว่าไม่สามารถเรียกความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมาได้ ทางพรรคยืนยันว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ยื่นญัตติไปแล้ว ทางเลือกของนายกฯในการยุบสภาก็จะไม่มีอีกต่อไป

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมาแล้วจะมีการทบทวนหรือชะลออย่างไร นายพริษฐ์ กลาวย้ำว่า การยื่นญัตติ ตามมาตรา 151 จะต้องหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก็ถือว่าเป็นแนวคิดของพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ที่ยื่นผ่านสื่อมวลชน แต่ในเชิงทางการพรรคประชาชนได้นัดสส. หารือกันอยู่แล้วในเรื่องนี้ และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะหารือร่วมกับฝ่ายค้านพรรคอื่น เพราะมีการเปลี่ยนองค์ประกอบรัฐบาลจึงต้องมีการหารือร่วมกัน ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ปัจจัยไม่ใช่เรื่องข้อมูลแต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา ที่จะใช้ได้ผลและไม่เสียของ ซึ่งเรื่องนี้พร้อมหารือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกคนเห็นถึงสถานการณ์และความไม่พอใจของสังคมต่อการทำหน้าที่นายกฯ ดังนั้นข้อมูลที่พรรคภูมิใจไทยมีจะต้องนำมากางเพื่อพูดคุยกัน เพราะถ้าเป็นข้อมูลใหม่ ที่เกี่ยวกับการทำงานของพรรคแกนนำรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาถ้านำเสนอต่อสังคมก็อาจทำให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุใดจึงควรไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็จะมีคำถามกลับไปเหมือนกันว่าที่ผ่านมาหากมีข้อมูลนี้มาตลอดทำไมถึงพึ่งมานำเสนอต่อสังคมตอนนี้

“ยืนยันว่าจะรีบหารือกัน และหวังว่าในวันที่ 3 ก.ค.ก็จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าจะไม่มีการเรียกประชุม เพราะจนถึงขนาดนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญถือว่าผิดวิสัยมากเพราะปกติแล้วหากวันเปิดสมัยการประชุมตรงกับวันพฤหัส แล้วจะมีเพียงวันเดียวแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เคยไม่เรียกการประชุม หวังว่าประธานจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้”นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจุดยืนไม่ตรงกันรับมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำให้การทำงาน มีปัญหาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า โดยระบบรัฐสภาฝ่ายค้านไม่มีสิทธิ์เลือก เหมือนที่ตนเคยเปรียบเปรยไว้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลกับคนที่เป็นแฟนกันแต่พรรคฝ่ายค้านเหมือนคนโสดที่เหลืออยู่มาร่วมกันจึงเลือกไม่ได้ และตั้งแต่มีสภาชนนี้มาพรรคประชาชนต้องอยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านมากมายไปหมด บางพรรคตอนแรกก็เป็นฝ่ายค้านแต่พอมีโอกาสร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมทันที บางพรรคอาจจะเคยอยู่รัฐบาลแต่ก็มีครึ่งหนึ่งมาอยู่ฝ่ายค้าน จึงคิดว่าพรรคประชาชนเดินหน้าทำงานตามจุดยืนแนวทางของเรา อะไรที่ต้องร่วมมือกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันแต่ก็ต้องรักษาจุดยืนและหลักการของตัวเอง

เมื่อถามว่าการตรวจสอบรัฐบาลอาจเป็นการตรวจสอบย้อนหลังถึงพรรคภูมิใจไทยด้วยจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตรงไปตรงมาเราตรวจสอบทุกคนที่มีอำนาจใครก็ตามใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนโดยมิชอบ โดยใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่สมเหตุสมผลเราจะตรวจสอบทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...