#ไม่เอารัฐประหาร!!!!
ผมไม่เอารัฐประหารครับ
ผมไม่ยินยอมหรือยินดีให้กลุ่มบ้าบอยั่วยุให้กองทัพออกมายึดอำนาจ
การยั่วยุให้มีรัฐประหารหรือยึดอำนาจ เป็นการกระทำและการยั่วยุที่เลวทราม ผมถามหน่อยว่า ทุกคนที่ยั่วยุให้กองทัพออกมา “แก้ปัญหา” นั้น พวกคุณใช้สมองจุดไหนคิด การยึดอำนาจเคย “แก้ปัญหา” ได้จริงเหรอ? แก้ สร้าง หรือเพิ่มปัญหากันแน่?
ไม่ต้องย้อนเวลากลับไปหลายศตวรรษหรือสหัสวรรษ เอาตั้งแต่ช่วงที่ผมอินการเมือง (ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่พูดถึงเรื่องการเสียชีวิตของ
พลเอกสุจินดา คราประยูร) การยึดอำนาจของคณะ รสช.ต่อรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ แก้ปัญหาจริงไหมครับ? แก้ปัญหาคอร์รัปชันมากมายขนาดไหน?
ต่อถึงยุคพรรคไทยรักไทย ที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้แก้ปัญหามากน้อยแค่ไหน? ลบล้างระบอบทักษิณออกจากราชอาณาจักรไทยเยอะไหมครับ? หรือคุณยึดเพราะคุณหวงตำแหน่งของคุณมากกว่า? เพราะในที่สุด คุณตั้งพรรคร่วมรัฐบาลกับเขาอยู่ดี (ผมยังอายแทน)
รวมถึงล่าสุด ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจจากรัฐบาล (รักษาการ) ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนอยู่ในอำนาจนาน 8 ปี จัดการเลือกตั้งตามกรอบและกติกาที่ตัวเองร่างขึ้นมาเพื่อให้ได้เปรียบ แต่ในที่สุดก็สู้เขาไม่ได้ การยึดอำนาจครั้งนั้นแก้ปัญหาอะไรได้ไหมครับ? ระบอบทักษิณล้างออกจากราชอาณาจักรไทยได้เยอะแค่ไหน?
ไม่ต้องรีบตอบครับ ผมรอได้
ที่ผมเห็นและสัมผัสหลังการรัฐประหารหรือยึดอำนาจทุกครั้ง คือกลุ่มยั่วยุให้กองทัพออกมา ชอบทวงบุญคุณจากพวกผมทุกที อ้างสารพัดต่างๆ นานา ว่าเขาต้องเหน็ดเหนื่อย การชุมนุม การเดิน การใช้แรง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหา ทำเพื่อชาติบ้านเมือง บลาๆๆ แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็หันมาด่าพวกผมเช็ด หาว่าขายชาติบ้าง ลืมบุญคุณบ้าง คบไม่ได้บ้าง
ใช่อยู่ครับ ในช่วงชุมนุม ผมก็ร่วมแสดงพลัง แสดงจุดยืนในเรื่องไม่ชอบธรรม เช่น แก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้บริษัทของครอบครัวไม่ต้องเสียภาษี หรือเรื่องนิรโทษกรรม ผมแสดงพลังเต็มที่ เพื่อให้รู้ว่าผมรับการกระทำนี้ไม่ได้ กับรัฐบาลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม
แต่พอการชุมนุมเริ่มเปลี่ยนทิศ เอนไปทางยั่วยุให้กองทัพออกมา “จัดการ” “แก้ปัญหา” ผมก็ไม่เอาด้วย เพราะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาจริง การยึดอำนาจเขาทีไร เป็นการต่อชีวิตทางการเมืองของเขาทุกที ยึดอำนาจเขาปุ๊บ ทำให้การกระทำที่เลวทรามซึ่งเป็นต้นเหตุในการออกมาชุมนุม….ถูกลืมหมด
เพราะมีเรื่องเลวทรามกว่าเข้ามาแทนคือ การยึดอำนาจหรือรัฐประหารเขา
ที่ระบอบทักษิณอยู่ได้จนทุกวันนี้ เพราะยึดอำนาจเขาอยู่ได้ ยิ่งยึดอำนาจเขาเท่าไร ยิ่งทำให้เขามีความชอบธรรม และต่ออายุเขา (ทางการเมือง) เท่านั้น
แต่ผมเข้าใจความรู้สึกของทุกท่านที่เบื่อหน่ายกับนักการเมือง เบื่อหน่ายกับสถานการณ์การเมือง ที่ล้วนแต่มีปัญหา กับสร้างปัญหา ต่อเมื่อเรามีฝ่าย “พึ่งพา” ที่ดีกว่านักการเมือง ทำไมไม่ใช้ให้เต็มที่? ดีกว่าต้องพึ่งพานักการเมืองเลวๆ อยู่แล้ว ใช่ไหมครับ? ผมเข้าใจความรู้สึกตรงนั้น แต่ผมขอถามกลับไปว่า ถ้าคำตอบหรือการแก้ปัญหาดีที่สุดคือยึดอำนาจหรือรัฐประหารนั้น ในราชอาณาจักรไทยที่มีประชากรเกือบ 70 ล้านคน มีสมองเกือบ 70 ล้านสมอง (ชิ้น? อัน? ก้อน?) จะไม่มีทางออกหรือคำตอบดีกว่านั้นเลยเหรอ?
เมื่อถึงทางตันทางการเมืองทีไร ทางออกที่ดีที่สุดคือ ยั่วยุให้กองทัพยึดอำนาจหรือรัฐประหาร จริงเหรอ? เกือบ 70 ล้านสมอง คิดได้แค่นี้จริงๆ อย่างนั้นหรือครับ?
ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเมืองแล้วล่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กองทัพ หรือนักการเมือง ปัญหาอยู่ที่สังคมไทย ที่ไม่พร้อมหรือพัฒนาอย่างที่คิด
ผมออกตัวเลยว่า ณ เวลาที่เขียนคอลัมน์นี้ ตรงกับวันพฤหัสฯ ที่ 19 มิถุนายน ซึ่งเขียนล่วงหน้า กว่าแฟนคอลัมน์จะได้อ่านหลายวันทีเดียว หลังเหตุการณ์คลิปเสียงหลุดระหว่างผู้นำประเทศไทยกับประธานวุฒิสภาประเทศเพื่อนบ้าน (ที่เป็นอันเข้าใจว่าเป็นผู้นำประเทศของเขา) ดังนั้นทุกอย่างที่เขียนวันนี้อาจเปลี่ยนแปลงใน 4 วันข้างหน้าได้
ณ เวลาที่แฟนคอลัมน์อ่านบทความนี้อยู่ นายกฯ ของเราอาจลาออกไปแล้ว อาจมีรัฐบาลชุดใหม่ อาจยุบสภา อาจต้านกระแส และอยู่ต่อได้ หรือเลวร้ายสุด ทหารอาจยึดอำนาจเรียบร้อยแล้วก็ได้ ณ เวลาที่ผมเขียนอยู่ยังไม่มีวี่แววชัดเจนว่าทางออกคืออะไร พรรคการเมืองบางพรรคลาออกจากการเป็นรัฐบาล บางพรรคเพิ่งแถลงว่าไม่ถอน เพราะคลิปเสียงที่หลุดออกไปถูกดัดแปลง (!!!!)
ถ้าอ่านกันในโซเชียล มีแต่คนเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก หรือยุบสภา และมีอีแอบ กลุ่มบางกลุ่มยั่วยุให้ทหารออกมา
อย่างที่บอกครับ ณ เวลาที่ผมเขียนคอลัมน์นี้ อาจเป็นโลกและสังคมที่แตกต่างกว่าโลกและสังคมที่แฟนคอลัมน์ได้อ่านอยู่ก็ได้ครับ นายกฯ อาจไปนานแล้วก็ได้ อาจเตรียมการเลือกตั้งกันก็ได้ แต่ผมภาวนาว่าอย่าอยู่ในโลกที่กองทัพถูกยั่วยุจากกลุ่มบ้าบอบางกลุ่มให้ยึดอำนาจครับ.