โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาน้ำมันดิบ ร่วงลงกว่า 2% หลังทรัมป์ชะลอการโจมตีอิหร่าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 00.58 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 00.25 น.

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ ลดลงประมาณ 2% ในวันศุกร์ (20 มิ.ย.) เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ชะลอการให้ความช่วยเหลืออิสราเอลในการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกของโอเปก

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของโลกร่วงลง 1.84 ดอลลาร์ หรือ 2.33% ปิดที่ 77.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (ราคาน้ำมันWTI) ลดลง 1.30 ดอลลาร์ หรือ 1.73% ปิดที่ 73.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขาจะตัดสินใจโจมตีอิหร่านหรือไม่ ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่ต้องการเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลาม

“จากข้อเท็จจริงที่ว่ามีโอกาสสูงที่การเจรจาจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นกับอิหร่านในอนาคตอันใกล้นี้ ผมจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการภายในสองสัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่” ทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ซึ่งอ่านโดยแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี

แม้ว่าทรัมป์จะยับยั้งตัวเอง แต่อิสราเอลกลับเพิ่มระดับการโจมตีอิหร่านหลังจากความขัดแย้งยาวนาน 8 วัน นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู สั่งกองทัพอิสราเอลให้เพิ่มการโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์และรัฐบาลในอิหร่าน หลังจากขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีโรงพยาบาลหลักแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิสราเอล

กองทุนเฮดจ์ฟันด์แห่เก็งกำไรน้ำมันขาขึ้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เพิ่มสถานะการเก็งกำไรในน้ำมันดิบเบรนท์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ทำให้ภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันประมาณหนึ่งในสามของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง

ผู้จัดการกองทุนได้เพิ่มสถานะซื้อสุทธิเพื่อเก็งกำไรน้ำมันโลกเป็น 76,253 ล็อต รวมเป็น 273,175 ล็อต ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบแปดเดือนในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 มิถุนายน ตามข้อมูลจาก ICE Futures Europe ขณะที่สถานะขายชอร์ตอย่างเดียวลดลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่าสี่เดือน ราคาน้ำมันดิบตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 13% เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน หลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลยกระดับความขัดแย้งที่กดดันตลาดน้ำมันโลกมานานกว่า 20 เดือน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่กระทบต่อปริมาณการผลิตจริง เทรดเดอร์จำนวนมากจึงมีแนวโน้มที่จะทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง (hedging) เผื่อกรณีที่ความขัดแย้งจะลุกลามในตะวันออกกลาง หรืออาจเกิดการลดลงของปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้กระแสการถือสถานะเก็งกำไรขาขึ้นมีความชัดเจนมากขึ้นในข้อมูลสถานะการลงทุนจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ด้วย

ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญมาก หากมีการปิดหรือจำกัดการขนส่งผ่านเส้นทางนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดน้ำมันโลก

นักวิเคราะห์บางคนได้คาดการณ์ไว้ว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ ในอีกด้านหนึ่งของตลาด อัตราความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในออปชันน้ำมันดิบเบรนท์ได้พุ่งขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ขณะเดียวกัน ค่าพรีเมียมในทิศทางขาขึ้นของน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...