รมว.คลัง รับ SET ดิ่งตามศก.โลก แนะถือยาวแทนเก็งกำไร ยันตลท.มีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นเพียงพอ
รมว.คลัง รับ SET ดิ่งตามศก.โลก แนะถือยาวแทนเก็งกำไร ยันตลท.มีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นเพียงพอ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มิ.ย. 68 15:51 น.
“พิชัย” รับหุ้นไทยลงตามภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก แนะนักลงทุนเปลี่ยนจากเก็งกำไร มาลงทุนในระยะกลาง-ยาว เชื่อตลาดมีโอกาสฟื้น พอใจตลท.มีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นเพียงพอ ยืนยันกองทุนวายุภักษ์ยังบริหารผลตอบแทนได้ดี ส่วนงบประมาณปี 69 มั่นใจไม่มีสะดุด
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมประชุมหารือกับบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้ข้อมูลโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) ว่า การการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดหุ้นทุกประเทศก็ลงตาม รวมถึงประเทศไทยด้วย
“วันนี้ต้องมาดูว่า หุ้นลงไปถึงจุดไหน ซึ่งวันนี้มันถึงจุดที่ต่ำมาก แต่แน่นอนผลประกอบการของบริษัทที่มันลงมาจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่ถ้าใครเข้าใจ และเชื่อว่าจะบริหารได้ดี ในระยะปานกลางและยาวอยู่ได้ ฟื้นได้ นักลงทุนก็ต้องมานั่งคิดใหม่ ไม่ใช่ซื้อเช้า-ขายบ่าย อาจจะต้องซื้อมาเก็บไว้ ก็อยู่ที่ความมั่นใจ ส่วนกองทุนวายุภักษ์ มั่นใจมีการบริหารที่ดี”นายพิชัย กล่าว
สำหรับมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของตลาดหลักทรัพย์ ถือว่ามีหลากหลาย เช่น กฎเกณฑ์ของตลาด ซึ่งดำเนินมาระยะหนึ่งแล้วเพื่อปิดช่องว่างระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็ก หรือ นักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนไทย หรือในแง่ของการเปิดเผยข้อมูล Naked Short Selling หรือการเอาผิดนักลงทุน กฎหมายต่างก็ได้ดำเนินการมาแล้ว
ด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเติม รัฐบาลไม่ได้กระตุ้นที่การบริโภคโดยตรง แต่เน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งเรื่องน้ำเพื่อการบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม เรื่องการท่องเที่ยว ถนน ความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ การแก้ไขกฎระเบียบและกฎหมาย เรื่องการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินได้ เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง นำไปสู่ความมั่นใจในการลงทุน และสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน แต่สำหรับการกระตุ้นระยะสั้นนั้นจะเกิดในแง่ของการจ้างงานเป็นหลัก
ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐ ขณะนี้ได้ลงนามในชั้นของความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การเจรจาภาษีกับสหรัฐในแต่ละประเทศไม่ได้จบง่าย ต้องใช้ระยะเวลา ส่วนจะต้องขยายเวลาหลังจากจะครบกำหนด 90 วันในการผ่อนผันหรือไม่นั้น การขยายเวลาขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
ส่วนการพิจารณางบประมาณปี 69 ที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ เชื่อว่า งบประมาณจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เนื่องจากงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ