โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155mm อีกอาวุธหนัก ไทยใช้โต้กลับกัมพูชา ยิงได้ไกล 40 กม.

Khaosod

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 07.43 น.
รู้จักปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155mm อีกอาวุธหนัก ไทยใช้โต้กลับกัมพูชา

รู้จักปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155mm อีกอาวุธหนัก ไทยใช้โต้กลับกัมพูชา ยิงได้ไกล 40 กม. ล่าสุดถูกนำมาใช้ในการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พบฝั่งกัมพูชาใช้เครื่องยิงจรวด BM-21 เข้ามาทางฝั่งไทย ตกลงบนพื้นที่ชุมชนและโรงพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย

ทางฝั่งไทยจึงตอบโต้กลับด้วยปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155 mm ระยะยิงไกล เพื่อเป็นการโต้กลับทหารกัมพูชา โดยฝั่งไทยมุ่งเน้นโจมตีเฉพาะฐานที่มั่นทางการทหารของกัมพูชาเท่านั้น

สำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG ขนาดลำกล้อง 155 มม. 52 คาลิเบอร์ ล่าสุดถูกนำมาใช้ในการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG 155 mm. มาจาก ATMG : Autonomous Truck Mounted Gun มีพื้นฐานการพัฒนามาจากปืนใหญ่อัตตาจรแบบ ATMOS 2000 ซึ่งจะถูกประกอบและพัฒนาภายในประเทศไทย ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก Elbit อิสราเอล โดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอว.ศอพท) เป็นผู้ดำเนินการ

โดยมีการนำมาปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานกับไทย โดยมีขนาดปากลำกล้อง 155 มิลลิเมตร ความยาวลำกล้อง 52 คาลิเบอร์ ซึ่งจะทำให้มีขีดความสามารถในการยิงกระสุนต่อระยะได้ไกลถึง 40 กม.

นอกจากนี้ยังมีระบบไฮโดรลิคที่ช่วยให้สามารถตั้งปืนในมุมที่ถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว ยังมีระบบตั้งปืนแบบแมนนวลเพื่อเป็นระบบสำรอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จักปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155mm อีกอาวุธหนัก ไทยใช้โต้กลับกัมพูชา ยิงได้ไกล 40 กม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...