โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พระเอกมาแล้ว! พริษฐ์ชงนิรโทษกรรมไร้ฝ่าย

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 23.56 น.

16 ก.ค.2568 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” vs. “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” - นิรโทษกรรมแบบไหน ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง?” ระบุว่า ปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมายาวนานหลายปีเป็นโจทย์ที่เราต้องร่วมกันหาทางออก แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย

แน่นอนว่าการนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ หากไม่มาควบคู่กับการสร้างระบบและกติกาทางการเมืองที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และการทบทวนกฎหมายให้เป็นที่ยอมรับและคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่ายในการแสดงออกถึงความเห็นที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม หากเราเห็นว่าทางออกดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการช่วยให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อออกแบบสังคมร่วมกันด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน การนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่อยู่ในเรือนจำหรือถูกดำเนินคดีจากการกระทำที่มีมูลเหตุมาจากการแสดงออกทางการเมือง จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ

ความจริงแล้ว แนวคิดเรื่องการนิรโทษกรรม ไม่ได้เป็นแนวคิดที่ผมหรือพรรคประชาชนเห็นกันอยู่ฝ่ายเดียว เพราะแทบทุกพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา (ซึ่งต่างเป็นตัวแทนของชุดความคิดที่แตกต่างกันในสังคม) ก็ล้วนมีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของตนเอง หรืออย่างน้อยก็ได้ออกมาประกาศสนับสนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมบางร่างที่อยู่ในการพิจารณาในสภา

ในวันนี้ที่สภากำลังจะพิจารณาลงมติในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ทั้งหมด 5 ร่าง (4 ร่างของพรรคการเมือง + 1 ร่างของภาคประชาชน):

โจทย์ที่สำคัญที่สุด จึงไม่ใช่ว่า “เราควรใช้กลไกนิรโทษกรรมประชาชนหรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง”

แต่โจทย์ที่สำคัญที่สุด คือ “การนิรโทษกรรมประชาชนแบบไหน ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง”

ผมเห็นว่าท่ามกลางประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งทางการเมือง ที่ต่างฝ่ายต่างขับเคลื่อนด้วยมุมมองว่าฝ่ายของตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบการเมืองที่เป็นอยู่ ณ เวลานั้น:

หากวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือการ “นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” ที่ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย หนทางดังกล่าว จะไม่ได้ช่วยคลี่คลาย แต่อาจซ้ำเติมความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำรงอยู่

แต่หากวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกการ “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” ที่เปิดกว้างต่อการพิจารณาและกลั่นกรองการนิรโทษกรรมประชาชนทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรมและทัดเทียมกัน โดยประเมินเป็นรายกรณีว่าการกระทำที่เกี่ยวข้องมีมูลเหตุมาจากการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่ หนทางดังกล่าวต่างหาก ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการหาทางออกต่อปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริง

ผมหวังว่าการลงมติในวันนี้ จะไม่เป็นการโหวตเพื่อตัดสิน แต่จะเป็นการโหวตเพื่อเดินหน้ารับฟังความเจ็บปวดของกันและกัน และเพื่อเดินหน้าพูดคุยหารือทางออกกันต่อ โดยไม่มีประตูใดปิดใส่หน้าใครแต่วันแรก

ผู้แทนราษฎรจะเลือกหนทาง “นิรโทษกรรมแบ่งฝ่าย” หรือ “นิรโทษกรรมไร้ฝ่าย” ขอเชิญชวนประชาชนติดตามครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...