โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.เกษตรฯ คนใหม่ เยือนปราจีนบุรี เร่งรัดกรมชลฯ ลุย 37 โครงการฯ

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • The Bangkok Insight

รมว.เกษตรฯ คนใหม่ เยือนปราจีนบุรี เร่งรัดกรมชลฯ เดินหน้า 37 โครงการฯ แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่วัดบางแตน ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พร้อมกันนี้ ยังได้พบปะเกษตรกร รับฟังปัญหา-ข้อเสนอแนะด้านต่าง ๆ โดยมี นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปด้านการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่การเกษตร 1,566,464 ไร่ เป็นพื้นที่ชลประทาน 518,314 ไร่ มีน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 4,752.78 ล้าน ลบ.ม.

ที่ผ่านมามีการพัฒนาแหล่งน้ำจนถึงปัจจุบัน จำนวน 168 โครงการ สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 314.34 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ทำการศึกษา สำรวจ และพิจารณาโครงการ พร้อมวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี (ปี 2568 – 2580) เพิ่มเติมจำนวน 37 โครงการ ได้แก่

  • แผนงานระยะสั้น (ปี 2568 – 2569) จำนวน 21 โครงการ
  • แผนงานระยะกลาง (ปี 2570 – 2572) จำนวน 11 โครงการ
  • แผนงานระยะยาว (ปี 2573 – 2580) จำนวน 5 โครงการ

ทั้งนี้ หากโครงการฯ แล้วเสร็จตามแผน จะเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำได้อีก 339.40 ล้าน ลบ.ม. และมีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นกว่า 298,416 ไร่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้ กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ หวังตอบสนองความต้องการใช้น้ำของเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์จริง พร้อมกำชับให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการซ่อมแซม ปรับปรุง และเพิ่มศักยภาพของระบบส่งน้ำและสถานีสูบน้ำ เพื่อรองรับการใช้น้ำได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

ขณะที่ กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด มีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนเชิงรุกให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งน้ำอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความยั่งยืนด้านเกษตรกรรมในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...