โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มากุโระ” เพิ่มแบรนด์ใหม่ลดเสี่่ยง เปิด “บินโช” กดราคาลงรับศก.แย่

Manager Online

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น. • MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360 - MAGURO มากุโระ เล็งขยายพอร์ตอาหารหลากหลาย ไม่ยึดติดแค่ญี่ปุ่นกับเกาหลี ปีนี้รุกหนักเปิดมากที่สุดเกือบ 15 สาขา พร้อมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่เสริมทัพ ปั้นน้องใหม่แบรนด์ “BINCHO / บินโช” จับราคาต่ำลงอีก รับเศรษฐกิจฝืดเคือง ซุ่มแบรนด์ใหม่ที่ซื้อแฟรนไชส์มาเผยช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ลั่นปีนี้เป้าโต 30%

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง2568 บริษัทมีแผนที่จะขยาสาขาใหม่ของร้านอาหารใสนเครืออีกไม่ต่ำกว่า 8-9 สาขา รวมทั้งการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ด้วย ประกอบด้วย

ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิ มากุโระ MAGURO 2 สาขา, ร้านหมูทอดทงคัตสึ TONKATSU AOKI 2 สาขา, ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ HITORI Shabu และ HITORI Sukiyaki 2 สาขา และแบนนด์ใหม่ ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบต้นตำรับบินโช BINCHO 1 สาขา เปิดวันที่ 9 กรกฎาคม ที่เมกาบางนาสาขาแรก และอีกแบรนด์เป็นการซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศ

ขณะที่ครึ่งปีแรก2568นี้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว8 สาขา เช่น ร้านหมูทอดทงคัตสึ อาโอกิ สาขา 2 ที่ เวลา สินธร หลังสวน, สาขา 3 ที่วันแบงคอก อาคารเดอะสตอรี่ย์ และสาขา4 ที่เซ็นทรัล พระราม 2 และที่เอกมัยคอร์เนอร์ ร้าน CouCou ร้านอาหาร All-Day Dining สไตล์ตะวันตก สาขาที่ 2 ที่คอมมูนิตี้มอลล์ Nirvana PORCH

ทั้งนี้งบลงทุนโดยเฉลี่ยต่อสาขาอยู่ที่ 10-12ล้านบาท โดยรวมปีนี้จะใช้ประมาณ100 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีการลงทุนเปิดสาขามากที่สุดก็ว่าได้ถึง 15 สาขา มากกว่าปีที่แล้วที่เปิดประมาณ 14 สาขา และเปิดแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์

“แบรนด์บินโช นี้คาดว่าจะเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและทำรายได้สูงในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน มากุโระ เป็นแบรนด์ทำรายได้หลักมากกว่า 50% และในอนาคตจะผลักดันให้ทุกแบรนด์สามารถเติบโตสร้างรายได้มากขึ้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการพึ่งพาแบรนด์หลักเพียงแบรนด์เดียว” นายจักรกฤติ กล่าว

ปัจจุบันทางบริษัทฯมีร้านอาหารในเครือรวม จำนวน 46 ร้าน จาก 6 แบรนด์ คือMAGURO 18 ร้าน, HITORI SHABU 13 ร้าน โดยสาขาเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 13 และร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course สาขาแรกที่เอกมัย 12 , SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี จำนวน 6 ร้าน , Tonkatsu AOKI จำนวน 5 ร้าน โดยสาขาเอกมัย คอนเนอร์ เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 5, CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน สาขาแรกที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม และ CouCou สาขา Nirvana PORCH เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 2 และล่าสุดแบรนด์ใหม่ BINCHO ที่เมกาบางนา

“ถึงแม้ว่า สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารโดยรวมในปี 2568 จะเติบโต ไม่มาก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดร้านอาหารรวมจะอยู่ที่ประมาณ 646,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่ใกล้เคียงกับ GDP ของประเทศ แต่บริษัทก็มีแผนลงทุนต่อเนื่อง” นายจักรกฤติ กล่าว

ครึ่งปีหลัง 2568 นี้ บริษัทฯ มีแผนจะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และดำเนิน แผนการตลาดเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคอย่างสอดคล้องกับเทรนด์การบริโภค และพฤติกรรมการจับจ่ายที่เปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิ และยอดขายร้านเดิม (SSSG) รวมถึงสร้างยอดขาย เพิ่มจากการขยายสาขา ในแบรนด์ที่สามารถทำกำไรสุทธิ (Margin) ได้สูงกว่า และขยายครอบคลุมพื้นที่ทำเล ศักยภาพในกทม.

นายธีรภพ กรานเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด กล่าวว่า แนวทางจากนี้ บริษัทจะไม่ได้ปิดกั้นตัวเองแค่เป็นผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญอาหารญี่ปุ่นหรือเกาหลีเท่านั้นแล้ว แต่จะมีการขยายโมเดลและรูปแบบร้านอาหารใหม่ๆ รวมทั้งประเภทอาหารใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อาหารตะวันตก อาหารที่หลากหลาย หรือแม้แต่ญี่ปุ่นและเกาหลี ที่จะมีเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้บริษัทฯมีทีมวิจัยและพัฒนาอาหารที่ทำการศึกษาตลอดเวลา ส่วนการลงทุนนั้นก็มีทั้งพัฒนาแบรนด์เอง และซื้อแฟรนไชส์ หรือแม้แต่การเข้าร่วมทุนแบรนด์ที่ทำตลาดอยู่แล้วก็ไม่ได้ปิดกั้นหากมีโอกาสที่ดี

ทั้งนี้บริษัทฯมั่นใจว่า จากการขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งแบรนด์เดิม และการเพิ่มแบรนด์ใหม่ รวมทั้งการจัดทำแคมเปญต่างๆ จะทำให้ปีนี้บริษัทมีการเติบโต 30% หรือมีรายได้รวมประมาณ 1,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีรายได้ประมาณ 1,300 ล้านบาท

โดยไตรมาส 1 ปี 2568 มีรายได้รวม 415.8 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 40% และมีกำไรสุทธิ 32.5 ล้านบาท เติบโตจากจากช่วงเดียวกันปีก่อน 61.5 % จากกำไรสุทธิ 20.1 ล้านบาทในปีก่อน

ล่าสุดคือ การเปิดแบรนด์ใหม่ชื่อ ร้านบินโช (BINCHO) เป็นแบรนด์ที่6 ต้นเดือนกรกฎาคม สาขาแรกที่ เมกาบางนา เป็นอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบต้นตำรับ เป็นแบรนด์ที่จับกลุ่มพรีเมี่ยมแมสแต่จะมีค่าใช้จ่ายต่อหัวต่ำกว่าทุกแบรนด์ที่เปิดมาก่อนหน้านี้เพื่อขยายฐานตลาด และเป็นการตอบรับกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่กำลังซื้อไม่ค่อยดีมากนัก โดยบินโชจะมีราคาเฉลี่ยต่อหัวที่ 300 กว่าบาท ส่วน มากุโระเฉลี่ย 700 บาทต่อคน, ฮิโตริ เฉลี่ย 800 บาทต่อคน, ร้านหมูทอดทงคัตสึ เฉลี่ย 600 บาทต่อค, ร้านปิ้งย่างซัมธิงทูเกทเทอร์ เฉลี่ย 500 บาทต่อคน, ร้าน CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก เฉลี่ย 600 บาทต่อคน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...