โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งไทยเทาร่วมผิวสีฉ้อโกงข้ามชาติ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

9 ก.ค. – ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งไทยเทาร่วมผิวสีฉ้อโกงข้ามชาติ ยึดเงินทันคืนเหยื่อบริษัทญี่ปุ่น กว่า 215 ล้านบาท ใหญ่สุดในประวัติการณ์

จากกรณีคดีบริษัทชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นถูกแฮ็กอีเมล และสวมรอยโดเมนอีเมลปลอมตั้งแต่ปี 2567 เพื่อหลอกให้บริษัทเชื่อว่าบัญชีรับเงินได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 บริษัทญี่ปุ่น หลงเชื่อและโอนเงินกว่า 228 ล้านบาท ผ่านระบบ SWIFT มายังบัญชีบริษัทในประเทศไทย หลังการโอนเงิน นายวีรกานต์ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ได้รีบถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนรวม 13 ล้านบาท ก่อนที่ทางธนาคารไทยจะตรวจพบความผิดปกติ และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เข้าทำการอายัดบัญชีทันที ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนขยายผลพบว่าบริษัทคู่ค้าปลอมจดทะเบียนอยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยมีกรรมการ 3 คน คือ นายวีรกานต์ นางสาววิลัยพร และนายอนุชา ซึ่งถูกออกหมายจับและจับกุมได้ในวันที่ 29 เมษายน

จากการสืบสวนพบว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือ Mr.Annest Onyebuchi ชาวไนจีเรีย ซึ่งเป็นสามีของนางสาวพิญญานันท์ โดยส่งใบแจ้งหนี้ปลอมผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อหลอกบริษัทญี่ปุ่น จากนั้นจึงนำเงินไปฟอกผ่านบริษัทอื่นในไทย

ต่อมาในวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมคือ Mr. Ibrahim สัญชาติกานา โดยพบว่ามีบทบาทในการแชทสั่งการรับเงินและแบ่งผลประโยชน์ 5% ให้กับผู้ร่วมขบวนการ พร้อมทั้งสั่งลบแชทและปิดปากทันทีเมื่อทราบว่าผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม

จากการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 6 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่ซ่องโจร, ร่วมกันเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

โครงการ “Money Cash Back ปิดบัญชีตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ถือเป็นความร่วมมือเชิงรุกของตำรวจไซเบอร์ที่สามารถนำเงินคืนให้ผู้เสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้มีการทวงคืนสำเร็จรวมกว่า 215 ล้านบาท และครั้งนี้ถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ. -416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...