โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ปธ.ญาติวีรชนพฤษภาฯ" ยื่นหนังสือนิรโทษกรรม "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล" วิงวอนสภาฯ ขอผ่านร่างโดยเร็ว ย้ำถึงเวลาร่วมมือปรองดอง

สยามรัฐ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.46 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ตัวแทนประชาชน ยื่นหนังสือเรื่องการนิรโทษกรรมถึงนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ตัวแทนผู้นำฝ่ายค้าน

โดยนายอดุลย์ กล่าวว่า วันนี้มีความยินดีต้องมาทำหน้าที่เพราะคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นม็อบพรรคการเมือง รวมถึงรัฐบาลและฝ่ายค้าน ล้วนแต่ติดปัญหาคดีที่สั่งสมกันมาหลายสิบปี ตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ วันนี้ตนคิดว่าบ้านเมืองถึงเวลาต้องแก้ไขปรองดองสามัคคีกัน หากไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งภายนอกและภายใน ควรจะได้เวลาสามัคคีกันแล้วตนจึงมายื่นหนังสือขอให้พรรคประชาชน ตนได้ศึกษาเรื่องความปรองดองและเรียกร้องมาตลอดตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาคมทมิฬว่า ทำอย่างไรจะสามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทุกคนได้เพื่อเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบและบ้านเมืองจะขัดแย้งแบบนี้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าการจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมอำนาจของกฎหมายฉบับนี้คืออะไร ในประเทศไทยคงไม่มีใครรู้เท่าตน อำนาจแรกที่จะแก้ได้คืออำนาจของรัฐสภา การนิรโทษกรรมจะใช้ชื่อกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ก็พิจารณาโดยสภา ส่วนที่มีการแย้งว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันคือมาตรา 112 เห็นว่าเป็นพระราชอำนาจผู้ใดก็ละเมิดมิได้ จึงขอให้แยกทุกอย่างออกจากกัน และให้เข้าใจกฎหมายตราบใดที่สภาไปยุ่งเกี่ยวกับพระราชอำนาจทำให้กฎหมายนิรโทษกรรมไม่มีวันออกมาได้ เพราะกฎหมายขัดแย้งกันในตัว จึงคิดว่าทุกฝ่ายควรได้รับการพิจารณา และได้รับอานิสงส์จากกฎหมายนิรโทษกรรม

“มีการถอดเทปยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้พูดเรื่องมาตรา 112 เลย อะไรที่เป็นประโยชน์และรัฐสภาสามารถทำได้ ผมขอวังวิงวอน คนพวกนี้บ้านแตกสาแหรกขาดบางคนทนทุกข์ทรมานมากแล้ว ขอให้เริ่มต้นใหม่นับหนึ่งใหม่ทุกคนเพื่อนำพาพวกเราไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ผมขอวิงวอนด้วย” นายอดุลย์ กล่าว

ด้าน น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ขอยกคำที่บอกว่าเราอยากให้ทุกฝ่ายกลับสู่ภาวะปกติและคืนความปกติให้กับทุกฝ่าย ซึ่งทั้ง 4 ร่างที่จะเข้าในวันนี้ หรืออีกหนึ่งร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่แน่ใจจะเข้าวันนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกร่างจะมีความเหมือนกันคือต้องการคืนความสงบและคืนความปกติสุขให้กับสังคมไทย แต่จะมีอยู่ 2 ร่างที่มีเนื้อหาแตกต่าง คือ ร่างของพรรคก้าวไกลและภาคประชาชน ในร่างของภาคประชาชนที่ระบุถึงมาตรา 112 ชัดเจน ที่เป็นข้อถกเถียงกันอย่างมาก แต่ในร่างของพรรคก้าวไกล ซึ่งน่าจะเป็นร่างที่มีความปราณีประนอมมากที่สุด เราไม่ได้ระบุส่วนไหนเลยถึงมาตรา 112 แต่มีการพูดถึงการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัย

ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีบริบทที่แตกต่างกันไปในแต่ละการชุมชุม เราไม่สามารถกำหนดตัวมาตรากฎหมายลงไปได้ชัดเจน เราไม่สามารถตัดมาตราใดมาตราหนึ่งออกจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ได้ และวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่จะร่วมใช้กลไกรัฐสภาในการผ่าทางตัน เพื่อนำความสงบสุขและคืนความยุติธรรมให้กับทุกคนในสังคม

ขณะที่นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ทางวิปรัฐบาลก็ได้หารือกันเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีมติรับร่างของพรรคครูไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ นอกนั้นมีมติไม่รับร่างเนื่องจากมี มาตรา 112

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...