โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ททท.ชี้แจงตลาดทุนจ่อหั่นเป้า นทท.ต่างชาติต่ำ 37 ล้านคน เร่งแผนกระตุ้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 10.46 น.

ททท. จ่อหั่นเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ต่ำ 37 ล้านคน คาดอาจเหลือเท่าปีก่อน 35.54 ล้านคน นักท่องเที่ยวจีนคาดเหลือ 4 ล้านคน หลังช่วง 4 เดือนแรกภาพรวมติดลบ 0.2% เอฟเฟ็กต์นักท่องเที่ยวจีนหดหนัก 30% เดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวเอเชียใต้-อาเซียน-ยุโรป ปั้นรายได้ พร้อมอัดงบ 2 พันล้าน คิกออฟ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มิ.ย.นี้ดันเป้าช่วงหน้าฝน พร้อมเร่งฟื้นภาพลักษณ์ประเทศ ยืนยันตัวเลขรายได้ยังน่าจะสูงกว่าปีก่อนที่ 2.97 ล้านล้านบาท

หั่นเป้า นทท.ต่างชาติ อาจเหลือ 35.5 ล้านคน

นายธีระศิลป์ เทเพนทร์ รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานเสวนาโครงการตลาดทุนพบภาครัฐ ครั้งที่ 3/2568 “ททท.พบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน” เพื่ออัพเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า ยอมรับว่ามีแนวโน้มสูงที่จะต้องปรับลดตัวเลขเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 ลงจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเข้ามา 37.46 ล้านคน และรายได้รวม 3.4 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือ 35.54 ล้านคน เท่า ๆ กับปีที่แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวจีนคาดเข้ามาแค่ 4 ล้านคน

ทั้งนี้หลังจากช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) พบว่านักท่องเที่ยวในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือลดลงไป 20% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงถึง 30% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติติดลบอยู่ 0.2% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

3 ปัจจัยลบกระทบท่องเที่ยว

โดยปัจจัยลบที่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในไทยปีนี้คือ 1. ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของไทย อาทิ การลักพาตัวซิงซิง, การประกอบธุรกิจของจีนเทา, กระแสข่าวการขโมยตับไตไปขาย ที่ยังปรากฏอยู่ในสื่อของจีน และแผ่นดินไหว-ตึกถล่ม ซึ่งทั้งหมดล้วนกระทบต่อเซนติเมนต์นักท่องเที่ยวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มจะลดลงด้วย

2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเอเชียที่มีการแข่งขันสูง โดยให้วีซ่าฟรีคนไทยและต่างชาติ โดยประเทศคู่แข่งที่ชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติไป อาทิ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ ลาว ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์

และ 3. ผลกระทบภัยธรรมชาติ ปัญหามลพิษหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้กลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพและกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็กจะหลีกเลี่ยงการเดินทาง

“ตอนนี้สัดส่วนโครงสร้างของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังเข้ามาเที่ยวไทยอยู่ต่อเนื่อง จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) แทบทั้งสิ้น ส่วนที่หายไปคือกรุ๊ปทัวร์จีนที่มาจากเมืองรอง” รองผู้ว่าการ ททท. กล่าวและว่า

อย่างไรก็ดี ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้กลับพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลจากฝั่งยุโรปมีการเติบโตถึง 16% ซึ่งกลุ่มนี้มียอดใช้จ่ายต่อหัวสูงและพักนาน 15-20 วัน โดยมักใช้จ่ายในกลุ่มเวลเนส อาจไม่ได้เน้นการซื้อสินค้ามากนัก

กางแผนปั้นรายได้ มั่นใจยังสูงกว่าปีก่อน

สำหรับด้านรายได้รวมปีนี้คาดว่ายังอาจเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ราว 2.97 ล้านล้านบาท โดยตามแผนการดำเนินงานของ ททท. ในปีนี้คือ 1. รักษาการเติบโตตลาดจีน โดยแก้ไขภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย และเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยขอสงวนไว้ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จะโฟกัสไปที่ตัวโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งกระตุ้นการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ โดยสนับสนุน Charter Flight และ Incentive Group จากตลาดเมืองรอง รวมถึงกระตุ้นการเดินทางกลุ่ม FIT ร่วมกับ OTA และบริษัทนำเที่ยว เน้นกลุ่มครอบครัว และ Millennial นอกจากนี้สนับสนุนโครงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการฑูต 50 ปี “ไทย-จีน”

2. จัดหาตลาดทดแทน (Relocation) โดยเน้นเพิ่มจำนวน Quality Leisure, Family และ Incentive ในตลาดระยะใกล้ 9 ตลาด และระยะไกล 15 ตลาด โดยมุ่งเน้นเอเชียใต้และอาเซียนบางประเทศที่ช่วง 4 เดือนแรกยังเป็นบวกสูง เช่น อินโดนีเซีย, ฟลิปปินส์, สิงคโปร์, อินเดีย, ศรีลังกา รวมถึงกลุ่มประเทศฝั่งยุโรปให้เข้ามาเที่ยวมากยิ่งขึ้น

3. การขยายตลาดกลุ่ม High Value มุ่งเน้นกลุ่ม Health and Wellness, Yacht, Sport และ Digital Nomad ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป

และ 4. สื่อสาร 360 องศาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และจัดอีเวนต์ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมเทศกาล ดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมตลอดทั้งปี

อัดงบ 2 พันล้าน เที่ยวไทยคนละครึ่ง

ส่วนตลาดในประเทศ เน้นกระจายรายได้สู่เมืองรอง ส่งเสริมการเดินทางวันธรรมดาเพื่อลดความแออัด และสื่อสารภาพลักษณ์ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” และยังจะมีโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่จะดำเนินการได้ในช่วงเดือน มิ.ย. 2568 ไปจนถึงเดือน ก.ย. หรือเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนครอบคลุมช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียน โดย ททท. จะเป็นหน่วยงานรับงบประมาณเพื่อมาดำเนินการ ซึ่งได้งบมาประมาณ 2,000 ล้านบาท

โดยนักท่องเที่ยวไทยหากเข้าพักวันธรรมดาจะได้ราคาที่ดีกว่าการเที่ยวในวันหยุด และรัฐจะเข้าไปซับซิไดซ์ให้มากกว่าวันหยุดด้วย เพราะแรงกระตุ้นต่างกัน ทั้งนี้กำหนดเบื้องต้นจะให้สิทธิทั้งหมด 6 แสนสิทธิ

ทั้งนี้เพื่อป้องกันการอัพราคาค่าห้อง การฉ้อโกง ครั้งนี้คงจะมีการออกกฎเกณฑ์มากำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เพราะเคยเห็นปัญหาของโครงการในอดีตแล้ว

สุดท้ายนี้ประเด็นที่ต้องติดตามต่อซึ่งอาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทยในปีนี้คือ 1. ปัญหาสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐกับจีน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน 2. ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา 3. การเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของไทย โดยต้องไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ 4. ปัญหาภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท.ชี้แจงตลาดทุนจ่อหั่นเป้า นทท.ต่างชาติต่ำ 37 ล้านคน เร่งแผนกระตุ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...