ททท.ชี้แจงตลาดทุนจ่อหั่นเป้า นทท.ต่างชาติต่ำ 37 ล้านคน เร่งแผนกระตุ้น
ททท. จ่อหั่นเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ต่ำ 37 ล้านคน คาดอาจเหลือเท่าปีก่อน 35.54 ล้านคน นักท่องเที่ยวจีนคาดเหลือ 4 ล้านคน หลังช่วง 4 เดือนแรกภาพรวมติดลบ 0.2% เอฟเฟ็กต์นักท่องเที่ยวจีนหดหนัก 30% เดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวเอเชียใต้-อาเซียน-ยุโรป ปั้นรายได้ พร้อมอัดงบ 2 พันล้าน คิกออฟ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มิ.ย.นี้ดันเป้าช่วงหน้าฝน พร้อมเร่งฟื้นภาพลักษณ์ประเทศ ยืนยันตัวเลขรายได้ยังน่าจะสูงกว่าปีก่อนที่ 2.97 ล้านล้านบาท
หั่นเป้า นทท.ต่างชาติ อาจเหลือ 35.5 ล้านคน
นายธีระศิลป์ เทเพนทร์ รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานเสวนาโครงการตลาดทุนพบภาครัฐ ครั้งที่ 3/2568 “ททท.พบนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบัน” เพื่ออัพเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า ยอมรับว่ามีแนวโน้มสูงที่จะต้องปรับลดตัวเลขเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 ลงจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเข้ามา 37.46 ล้านคน และรายได้รวม 3.4 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือ 35.54 ล้านคน เท่า ๆ กับปีที่แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวจีนคาดเข้ามาแค่ 4 ล้านคน
ทั้งนี้หลังจากช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) พบว่านักท่องเที่ยวในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือลดลงไป 20% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงถึง 30% ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติติดลบอยู่ 0.2% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน
3 ปัจจัยลบกระทบท่องเที่ยว
โดยปัจจัยลบที่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในไทยปีนี้คือ 1. ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของไทย อาทิ การลักพาตัวซิงซิง, การประกอบธุรกิจของจีนเทา, กระแสข่าวการขโมยตับไตไปขาย ที่ยังปรากฏอยู่ในสื่อของจีน และแผ่นดินไหว-ตึกถล่ม ซึ่งทั้งหมดล้วนกระทบต่อเซนติเมนต์นักท่องเที่ยวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มจะลดลงด้วย
2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวในเอเชียที่มีการแข่งขันสูง โดยให้วีซ่าฟรีคนไทยและต่างชาติ โดยประเทศคู่แข่งที่ชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติไป อาทิ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ ลาว ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์
และ 3. ผลกระทบภัยธรรมชาติ ปัญหามลพิษหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้กลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพและกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็กจะหลีกเลี่ยงการเดินทาง
“ตอนนี้สัดส่วนโครงสร้างของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังเข้ามาเที่ยวไทยอยู่ต่อเนื่อง จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) แทบทั้งสิ้น ส่วนที่หายไปคือกรุ๊ปทัวร์จีนที่มาจากเมืองรอง” รองผู้ว่าการ ททท. กล่าวและว่า
อย่างไรก็ดี ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้กลับพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลจากฝั่งยุโรปมีการเติบโตถึง 16% ซึ่งกลุ่มนี้มียอดใช้จ่ายต่อหัวสูงและพักนาน 15-20 วัน โดยมักใช้จ่ายในกลุ่มเวลเนส อาจไม่ได้เน้นการซื้อสินค้ามากนัก
กางแผนปั้นรายได้ มั่นใจยังสูงกว่าปีก่อน
สำหรับด้านรายได้รวมปีนี้คาดว่ายังอาจเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ราว 2.97 ล้านล้านบาท โดยตามแผนการดำเนินงานของ ททท. ในปีนี้คือ 1. รักษาการเติบโตตลาดจีน โดยแก้ไขภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย และเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยขอสงวนไว้ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จะโฟกัสไปที่ตัวโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งกระตุ้นการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ โดยสนับสนุน Charter Flight และ Incentive Group จากตลาดเมืองรอง รวมถึงกระตุ้นการเดินทางกลุ่ม FIT ร่วมกับ OTA และบริษัทนำเที่ยว เน้นกลุ่มครอบครัว และ Millennial นอกจากนี้สนับสนุนโครงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการฑูต 50 ปี “ไทย-จีน”
2. จัดหาตลาดทดแทน (Relocation) โดยเน้นเพิ่มจำนวน Quality Leisure, Family และ Incentive ในตลาดระยะใกล้ 9 ตลาด และระยะไกล 15 ตลาด โดยมุ่งเน้นเอเชียใต้และอาเซียนบางประเทศที่ช่วง 4 เดือนแรกยังเป็นบวกสูง เช่น อินโดนีเซีย, ฟลิปปินส์, สิงคโปร์, อินเดีย, ศรีลังกา รวมถึงกลุ่มประเทศฝั่งยุโรปให้เข้ามาเที่ยวมากยิ่งขึ้น
3. การขยายตลาดกลุ่ม High Value มุ่งเน้นกลุ่ม Health and Wellness, Yacht, Sport และ Digital Nomad ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงขึ้น เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป
และ 4. สื่อสาร 360 องศาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และจัดอีเวนต์ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมเทศกาล ดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมตลอดทั้งปี
อัดงบ 2 พันล้าน เที่ยวไทยคนละครึ่ง
ส่วนตลาดในประเทศ เน้นกระจายรายได้สู่เมืองรอง ส่งเสริมการเดินทางวันธรรมดาเพื่อลดความแออัด และสื่อสารภาพลักษณ์ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” และยังจะมีโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่จะดำเนินการได้ในช่วงเดือน มิ.ย. 2568 ไปจนถึงเดือน ก.ย. หรือเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนครอบคลุมช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียน โดย ททท. จะเป็นหน่วยงานรับงบประมาณเพื่อมาดำเนินการ ซึ่งได้งบมาประมาณ 2,000 ล้านบาท
โดยนักท่องเที่ยวไทยหากเข้าพักวันธรรมดาจะได้ราคาที่ดีกว่าการเที่ยวในวันหยุด และรัฐจะเข้าไปซับซิไดซ์ให้มากกว่าวันหยุดด้วย เพราะแรงกระตุ้นต่างกัน ทั้งนี้กำหนดเบื้องต้นจะให้สิทธิทั้งหมด 6 แสนสิทธิ
ทั้งนี้เพื่อป้องกันการอัพราคาค่าห้อง การฉ้อโกง ครั้งนี้คงจะมีการออกกฎเกณฑ์มากำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เพราะเคยเห็นปัญหาของโครงการในอดีตแล้ว
สุดท้ายนี้ประเด็นที่ต้องติดตามต่อซึ่งอาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทยในปีนี้คือ 1. ปัญหาสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐกับจีน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน 2. ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา 3. การเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของไทย โดยต้องไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ 4. ปัญหาภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท.ชี้แจงตลาดทุนจ่อหั่นเป้า นทท.ต่างชาติต่ำ 37 ล้านคน เร่งแผนกระตุ้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net