ดาวโจนส์ปิดลบ 89.37 จุด นักลงทุนจับตาการค้าระหว่างประเทศ - ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดาวโจนส์ปิดลบ 89.37 จุด นักลงทุนจับตาการค้าระหว่างประเทศ - ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 68 7:39: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันพุธ (14 พ.ค.) โดยดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 89.37 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังแกว่งตัวระหว่างแดนบวกและลบท่ามกลางการซื้อขายระหว่างวันที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนรอข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่ หลังซึมซับข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและการเจรจาสงบศึกภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งส่งผลให้ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์นี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 89.37 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 42,051.06 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 6.03 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 5,892.58 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 136.72 จุด หรือ 0.72% ปิดที่ 19,146.81 จุด
ปัจจัยที่ฉุดดัชนีดาวโจนส์ ให้ปรับตัวลดลงคือหุ้น Merck & Co ที่ลดลง 4% และหุ้น Amgen ที่ลดลง 3% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวกเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ราว 4%
นักลงทุนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวด้านการค้า ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย และได้รับคำมั่นสัญญาด้านการลงทุนมูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกัน หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ บางแห่งปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวพุ่งขึ้นแรงในวันจันทร์ และบวกต่อเนื่องในวันอังคารที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และจีนตกลงระงับข้อพิพาทด้านภาษีเป็นเวลา 90 วัน ขณะที่ข้อมูลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย.ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง ซึ่งก็ช่วยสนับสนุนตลาดเช่นกัน หลังก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศพักการเก็บภาษีศุลกากร 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา สำหรับทุกประเทศ ยกเว้นจีน และการทำข้อตกลงการค้าบางส่วนกับสหราชอาณาจักรเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งก็ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นเช่นกัน
ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวเมื่อวันพุธว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อเมื่อเร็ว ๆ นี้ จะแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟด แต่แนวโน้มดังกล่าวยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจยังไม่สะท้อนผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากร ด้านประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวลล์ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม Thomas Laubach Research Conference ในช่วงค่ำวันนี้ (15 พ.ค.) ตามเวลาไทยซึ่งนักลงทุนจะจับตาดูเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่ามี 8 กลุ่มที่ปิดในแดนลบ โดยกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลดลง 2.31% และกลุ่มวัสดุลดลง 0.96% ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ กลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ที่เพิ่มขึ้น 1.6% และกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นราว 0.96%
แอนดรูว์ เกรแฮม หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง Jackson Square Capital กล่าวว่าการซื้อขายในวันพุธเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนคงสถานะการซื้อขายเอาไว้ ก่อนการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และยอดค้าปลีกของเดือนเม.ย. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเช้าวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น)
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการที่จะรายงานในวันนี้ อาทิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมี.ค., ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.
ด้านหุ้นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และกลุ่มเติบโตปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหุ้น Nvidia เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนดัชนี S&P 500 มากที่สุด หลังพุ่งขึ้นกว่า 4% ขณะที่หุ้นของ Advanced Micro Devices (AMD) ทะยานขึ้น 4.7% หลังบริษัทอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านหุ้นของ Boeing ปรับขึ้น 0.6% หลัง Qatar Airways เซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินจาก Boeing ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงโดฮาของประธานาธิบดีทรัมป์
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้นของ American Eagle Outfitters ร่วงลง 6.4% หลังบริษัทระงับการรายงานคาดการณ์ทางการเงินประจำปี โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากภาษีศุลกากร
ที่มาReuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ