โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MINT ย้ำธุรกิจยังแกร่ง! แย้มผลงาน Q2/68 สดใส มั่นใจปัจจัยภายนอกไม่กระทบ ปักธงรายได้ทั้งปี 68 โต 20% ตามเป้า

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ต.ค. 2568 เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 05.53 น.

MINT ย้ำธุรกิจยังแกร่ง แย้มผลงาน Q2/68 สดใส เติบโตในระดับ Mid-Single Digit มั่นใจปัจจัยภายนอกไม่กระทบ หลังมีพอร์ตโฟลิโอกระจาย-ฐานลูกค้าครอบคลุม ปักธงรายได้ทั้งปีโต 20% ตามเป้า รับการขยายธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารต่อเนื่อง
ดร.ริรินดา ตังทัตสวัสดิ์ รองประธานฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2568 ผ่านการนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ระบุ ภาพรวมการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 68-70) บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 6-8% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่
1. ธุรกิจโรงแรม ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมที่อยู่ในภูมิภาคยุโรปและลาตินอเมริกา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 56% มียอดจองล่วงหน้าซึ่งคิดเป็นรายได้ของห้องพักสามารถเติบโตได้ถึงประมาณ 5-6% โดยกลยุทธ์คือการอัพเกรดหรือการรีโนเวทโรงแรม ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มอัตราโรงแรมได้
สำหรับเมืองไทยซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่สำคัญ คิดเป็น 13% โดยแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาน้อยลง แต่ไม่กระทบธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ เนื่องจากไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวชาติใดชาติหนึ่งเป็นหลัก แต่มีกลุ่มลูกค้าที่กระจายในหลายภูมิภาค จึงทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2570 ธุรกิจโรงแรมจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 850 แห่ง ส่วนธุรกิจร้านอาหารจะมีจำนวนที่ 4,000 สาขา และในปี 2572 จะมีโรงแรมจำนวน 1,000 แห่ง และร้านอาหาร 4,500 สาขา จากปัจจุบันที่มีโรงแรมทั้งหมด 562 แห่ง และร้านอาหารจำนวน 2,717 สาขา ทั้งนี้ ราว 80-90% ของโรงแรมที่จะเปิดใหม่จะเป็นภายใต้สัญญารับจ้างบริหาร คือการที่บริษัทฯ ไม่ต้องลงทุนเอง และยังได้ Fee Income ที่จะมาช่วยพัฒนาอัตราการทำกำไร
2. ธุรกิจร้านอาหาร บริษัทฯ ได้มีการผลักดันให้แต่ละแบรนด์สามารถครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พยายามกระชับลดต้นทุนมากขึ้น ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนแฟรนไชส์จาก 47% เป็น 56%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 50 ล้านบาท พลิกฟื้นจากการขาดทุน 352 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยุโรป แอนด์ อเมริกา (MHEA หรือเดิมคือ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป) เมื่อปี 2561 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และแพลตฟอร์มการให้บริการระดับโลก และสะท้อนถึงการฟื้นตัวในวงกว้างของทั้งสองธุรกิจ ได้แก่ โรงแรมและร้านอาหาร ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เข้มงวดและการกระจายความเสี่ยงในระดับโลก
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/68 เนื่องจากเป็นช่วง Peak Season ของธุรกิจโรงแรมในยุโรป จึงคาดว่ายังคงเห็นการเติบโตในระดับ Mid-Single Digit ขณะที่ปี 2568 คาดว่าจะยังคงเห็นการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 15-20% ตามเป้าหมายที่วางไว้
"การที่เรามีพอร์ตโฟลิโอที่ค่อนข้างกระจายและครอบคลุมฐานลูกค้าและฐานธุรกิจต่าง ๆ ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวและมีความมั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากปัจจัยภายนอก บริษัทฯ ยังสามารถคงผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้ในอนาคต" ดร.ริรินดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...