โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY : “ขอโทษที เมื่อกี้พี่สติแตกมากเลย”รับมืออย่างไรดี เมื่อเพื่อนร่วมงานชอบสติแตกใส่เรา

BrandThink

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.38 น.

การทำงานร่วมกับผู้อื่นคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตการทำงาน แต่ในบางครั้งเราอาจต้องพบเจอกับเพื่อนร่วมงานที่มีพฤติกรรมควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หรือ ‘สติแตก’ ใส่เราบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความเครียดจากงาน ความขัดแย้งภายในทีมหรือปัญหาส่วนตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการทำงาน และอาจทำให้สุขภาพจิตของเราสั่นคลอน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวิธีรับมืออย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
.
1. เข้าใจว่า ‘เขา’ อาจกำลังเผชิญความเครียด
พฤติกรรมระเบิดอารมณ์ในที่ทำงานมักเกิดจากความเครียดสะสม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับตัวเราโดยตรง งานวิจัยจาก American Psychological Association (2021) ระบุว่า มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของพนักงาน รู้สึกเครียดจากการทำงาน และเมื่อไม่มีช่องทางระบายหรือวิธีการจัดการที่ดี อารมณ์เหล่านี้มักถูกส่งต่อไปยังผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ
วิธีรับมือ: แทนที่จะตอบโต้ ลองใช้ท่าทีสงบ และบอกกับตัวเองว่า ‘มันไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง’ อาจใช้เทคนิค Grounding หรือการหายใจลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเองในสถานการณ์นั้นๆ
.
2. ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน
หากการระเบิดอารมณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ และส่งผลต่อการทำงานของเรา การนิ่งเฉยอาจทำให้พฤติกรรมนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น Goleman (2018) จาก Harvard Business Review แนะนำว่า การตั้งขอบเขตอย่างชัดเจนเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)
วิธีรับมือ: พูดกับเขาในช่วงที่อารมณ์เย็น เช่น ‘เวลาเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อเช้า ฉันรู้สึกไม่สบายใจ อยากให้เราหาทางสื่อสารกันให้ดีกว่านี้’ การใช้ภาษาที่ไม่กล่าวโทษ (I-message) จะช่วยให้คู่สนทนาไม่รู้สึกถูกโจมตี
.
3. ใช้ทักษะการฟังเชิงลึก (Active Listening)
บางครั้งคนที่ระเบิดอารมณ์ออกมาเพราะเขารู้สึกว่า ‘ไม่มีใครฟัง’ งานวิจัยจาก University of Southern California (2019) ชี้ว่า การฟังอย่างตั้งใจสามารถลดระดับความเครียดและลดความก้าวร้าวได้จริง
.
วิธีรับมือ: ลองฟังเขาอย่างจริงจังในช่วงที่เขาเริ่มระบายอารมณ์ โดยไม่ขัดจังหวะ หรือพยายามแก้ปัญหาในทันที เพียงแค่แสดงให้เห็นว่า ‘เราได้ยินและเข้าใจ’ ก็อาจช่วยลดความตึงเครียดได้มาก
.
4. ขอความช่วยเหลือจากผู้บริหารหรือ HR
หากพฤติกรรมยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มกระทบต่อสุขภาพจิตของเรา ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะขอความช่วยเหลือ งานวิจัยจาก Chartered Institute of Personnel and Development (CIPD) พบว่า องค์กรที่เปิดช่องทางให้พนักงานพูดคุยกับ HR หรือผู้บริหารได้อย่างปลอดภัย มีแนวโน้มว่าพนักงานจะมีความพึงพอใจและสุขภาพจิตที่ดีกว่า
.
วิธีรับมือ: รวบรวมหลักฐานหรือบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วแจ้งกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการทำงาน ไม่ใช่การกล่าวโทษ
.
การทำงานร่วมกับคนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาจเป็นเรื่องยากและทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้า แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาสุขภาพจิตของตัวเองไว้ให้ได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของใครได้ทันที แต่เราสามารถเลือกวิธีตอบสนองอย่างมีสติ เข้าใจเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านั้น ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน ฟังอย่างตั้งใจ และไม่ลังเลที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น เพราะในโลกการทำงาน เราอาจหลีกเลี่ยง ‘คนอื่น’ ไม่ได้ แต่เราสามารถดูแล ‘ตัวเรา’ ได้เสมอ

อ้างอิง:

American Psychological Association. (2021). Work and Well-being Survey.

: https://shorturl.at/LL1QM

Goleman, D. (2018). Emotional intelligence in leadership. Harvard Business Review.: https://shorturl.at/BeqLf

CIPD. (2021). Health and wellbeing at work: Survey report.: https://shorturl.at/SgWCX

.
#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange #Empowering #Diversity #PositiveImpact

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...