โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UBE เปิดฉากไตรมาส 1/68 ผลงานโดดเด่นทำกำไรสุทธิ 57.2 ล้านบาท พุ่งทะยาน 1,328.0%

Wealthy Thai

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

‘บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล’หรือ UBE ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจร โชว์ผลงานไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ 57.2 ล้านบาท เติบโต 1,328.0% และมีรายได้รวม 1,441ล้านบาท เติบโต 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ปลื้มพอร์ตโฟลิโอทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจเติบโตแกร่ง ธุรกิจเอทานอลทำรายได้พุ่ง 686.6 ล้านบาท เติบโต 7.0% QoQรายได้ต่างประเทศสดใสทะยาน 416.1 ล้านบาท เติบโต 8.6% QoQ ควง 3 กลยุทธ์ มุ่งมั่นผู้นำด้านพลังงานทดแทน ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากลและรับความท้าทายทุกมิติในปีนี้
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมีรายได้รวม 1,441ล้านบาท เติบโต 1.7% และทำกำไรสุทธิ 57.2 ล้านบาท เติบโต 1,328.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ทั้งนี้เป็นผลมาจากแรงขับเคลื่อนธุรกิจเอทานอล โดยสามารถทำรายได้ 686.6 ล้านบาท เติบโต 7.0% QoQเนื่องจากความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคา ส่วนธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาวทำรายได้ 533.0 ล้านบาท เติบโต 6.9% QoQจากการที่ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมาจากปริมาณขายแป้งออร์แกนิกและ แป้งมันสำปะหลังแบบทั่วไปที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ธุรกิจร้านอาหาร 171.8 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทำให้ปีนี้วางแผนขยายธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโอชิเน เพิ่มอีก 3 สาขา จากปัจจุบันมี 28 สาขา ตอกย้ำความสามารถของพอร์ตโฟลิโอทั้ง 3 กลุ่ม ในการสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ส่วนรายได้ต่างประเทศ 416.1 ล้านบาท เติบโต 8.6% QoQซึ่งผลงานที่โดดเด่นยังคงเป็นผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิกและแป้งมันสำปะหลังที่มีคุณภาพสูง (High Value Products) มีความต้องการของตลาดประเทศเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ส่วนตลาดภายในประเทศ 1,025.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% อย่างไรก็ตามในไตรมาส 1/2568 กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 51.5% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ลดลง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ UBE กล่าวว่า แผนธุรกิจในไตรมาส 2/2568 มุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์คุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยจะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติของ ESG ทั้งทางด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะมุ่งสร้างโมเมนตัมการเติบโตและรับกับความท้าทายทุกมิติ โดยมีกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้ 1) การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการนำเทคโนโลยี Automation และ Digital Transformation มาประยุกต์ใช้ 2) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรม 3) การลงทุนไปในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโอชิเน เพื่อสร้างความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอและลดความผันผวนและกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทฯ วางแผนบริหารความเสี่ยงความผันผวนราคาวัตถุดิบและราคาขาย โดยปรับกลยุทธ์การทยอยรับซื้อวัตถุดิบฤดูกาลใหม่ที่ราคาต่ำและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรับกับสถานการณ์อุตสาหกรรมเอทานอลไตรมาส 2/2568 ที่ปริมาณการใช้เอทานอลทรงตัว ประกอบกับราคาที่มีแนวโน้มลดลง เป็นแรงกดดันให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่วนตลาดแป้งมันสำปะหลังและฟลาวแนวโน้มความต้องการแป้งมันสำปะหลังในตลาดนี้มีสัญญาณเติบโตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาลดลงจากปีก่อนตามราคาวัตถุดิบมันสดที่ลดลง โดยคาดการณ์ในไตรมาส 2-3ราคาแป้งมันสำปะหลังมีแนวโน้มสูงขึ้น จากปริมาณวัตถุดิบที่ออกสู่ตลาดน้อยลง (Low-season)
สำหรับสถานการณ์ธุรกิจในตลาดต่างประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ ตลาดแป้งมันสำปะหลังและฟลาวยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นและเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามอง ได้แก่ ฟลาวมันสำปะหลัง ยังเป็นทางเลือกยอดนิยมในตลาดเบเกอรี่และอาหารแปรรูปที่ปราศจากกลูเตนและไม่ก่อภูมิแพ้ (Gluten-Free & Allergen-Free) การบริโภคอาหารฟังก์ชัน หรืออาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำและไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกธุรกิจแป้งมันสำปะหลังปี 2567เติบโตประมาณ 14%โดยคาดการณ์ภายใน 10 ปีข้างหน้าจะเติบโตมากกว่า 10% ต่อปี ด้วยปัจจัยจากความต้องการของตลาดอาหารออร์แกนิกโลกที่ใช้แป้งออร์แกนิกและสารให้ความหวานเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...