โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กระทรวงการต่างประเทศ - กองทัพบก " แจงข้อมูล คณะทูตฯ - สื่อต่างชาติ ชี้ กัมพูชายิงก่อน

The Better

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2568 เวลา 04.59 น. • THE BETTER
ไทย ขยับหมากเร็ว เดินเกมทันกัมพูชา งัดหลักฐาน ชี้ชัดต่อหน้า คณะทูตต่างประเทศ- สื่อต่างชาติ เขมรเปิดฉาก “ยิงพลเรือน - ถล่มโรงพยาบาล " ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม

กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ กองทัพบก ได้พาเอกอัครราชทูต อุปทูต และทูตทหารกว่า 23 ประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมีพ.อ. พัฒนา พันธุ์มงคล กรมข่าว พล.ต. วินทัย สุวารี โฆษกกองทัพ นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพล.ต. นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจง

ผู้แทนกรมข่าวทหารบก ได้สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 68 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการปะทะกันในพื้นที่ช่องบกตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้าหน้านั้น กัมพูชามีการเผาศาลาตรีมุข ซึ่งเป็นจุดประสานงานชายแดน และนำกำลังเข้ามาในพื้นที่ของไทย พร้อมทั้งขุดคูเลต ก่อนจะเปิดเผยข้อมูลจากนักวิชาการต่างชาติที่ระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นคนเริ่มโจมตีก่อน โดยสถานการณ์ก่อนหน้านั้นพบการวางทุ่นระเบิด จนเป็นเหตุให้ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างกำลังเดินลาดตระเวน ในวันที่ 16 ก.ค. 68 และ 23 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา เกี่ยวกับทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อย่างไรก็ตาม กัมพูชาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในการวางทุ่นระเบิดดังกล่าว

ผู้แทนกรมข่าวทหารบก ยังกล่าวอีกว่า ในระหว่างนั้นมีการนำคนกัมพูชาเข้ามาเที่ยวประสาทตาเหมือนธม และประสาทตาเมือน ซึ่งมีการแสดงท่าทียั่วยุอยู่หลายครั้ง พร้อมกันนี้ ยังเปิดเผยภาพการเคลื่อนกำลังพลและการใช้อาวุธในพื้นที่กัมพูชา

จากนั้น ในวันที่ 24 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา กัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีไทยก่อน ซึ่งเป็นการยิงใส่พื้นที่โรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชน จนทำให้พลเรือเสียชีวิต และยังเปิดภาพของคุณยายที่อุ้มหลาน และนำไปส่งโรงพยาบาล เปิดภาพคลิปวิดีโอการโจมตีปั๊มน้ำมัน จ.ศรีสะเกษ จากการใช้ BM - 21 ซึ่งทางกัมพูชามีการใช้อาวุธทั้ง BM - 21 ปืนเล็ก ปืนใหญ่ ระดมยิงใส่พื้นที่ชุมชน

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ตามแนวชายแดน ไทยยังคงยึดมั่นในการตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขที่มีการตกลงกันที่มาเลเซีย ซึ่งยังคงพบกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งไทยจะใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง และปกป้องอธิปไตย แต่ขณะเดียวกันยังคงมีการรายงานว่ามีการใช้โดรน เข้ามาในพื้นที่หลายจุดตามแนวชายแดน

ผู้แทนกรมข่าวมหารบก กล่าวถึงการชี้แจงข้อเท็จจริง จากการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จของกัมพูชา ที่บอกว่ากัมพูชาใช้ BM - 21 เพราะไทยใช้อาวุธหนักในการโจมตีก่อนนั้น ไม่เป็นความจริง มีแต่กัมพูชาที่โจมตีใส่บ้านเรือนประชาชนและโรงพยาบาล และการโจมตีที่ปั๊มน้ำมัน ไทยไม่ได้เป็นคนทำ แต่มาจากกัมพูชา ส่วนการที่บอกว่าไทยใช้เครื่องบินปล่อยสารเคมีใส่นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เป็นภาพเก่าในการใช้ดับไฟป่า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ไทยโจมตีเฉพาะพื้นที่ทางทหาร และมีการจำกัดพื้นที เราตอบโต้เพื่อปกป้องธิปไตยของประเทศ และยังเปิดภาพที่กัมพูชาบอกว่ามีจรวดตกใส่บ้านประชาชน แต่จากการดูระเบิดดังกล่างนั้น เป็นระเบิดเก่า และใช้ในสมัยสงครามโลก

ด้านนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่กัมพูชาละเมิดข้อตกลง MOU 2543 ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาระดับทวิภาคี จนเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และไทยทำตามกฏหมายระหว่างประเทศ ก่อนถึงการที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และไทยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน แต่ขณะที่กัมพูชา พยายามทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ เพื่อให้เป็นที่สนใจต่อสายตาชาวโลก

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนกว่า 5 หมื่นคน จาก 3 อำเภอแนวชายแดน ซึ่งได้อพยพกว่า 22,000 คน ออกไปอยู่ในศูนย์พักพิงตั้งแต่วันแรก กว่า 68 ศูนย์พักพิง ในพื้นที่ห่างเขตแดน 70 กม. และปิดสถานพยาบาล 23 แห่ง เป็นเป็นโรงพยาบาล 3 แห่ง และรพ.สต. 20 แห่ง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อประชาชา ทำให้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย และยังมีบ้านเรือนหลายหลังเสียหาย 31 หลังคา

ทั้งนี้ ระหว่างการรับฟังบรรยายสรุปเอกอัครราชทูต และอุปทูต ทูตทหารทั้ง 23 ประเทศ ต่างให้ความสนใจในการรับฟัง และถ่ายภาพหลักฐาน รวมถึงจดบันทึก ข้อมูลตลอดที่ไทยชี้แจง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...