โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว ถือเป็น Red Flag ในความสัมพันธ์ไหม ? มองปัญหาชีวิตคู่ให้ลึกกว่าแค่ความหึงหวง เพราะต่อให้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่เกี่ยวกับความมั่นใจ ความไว้ใจ และการให้เกียรติกัน

Mirror Thailand

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 11.15 น.
ภาพไฮไลต์

การกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว นับเป็นปัญหาความสัมพันธ์ที่ถูกนำมาถกเถียงบ่อยครั้งในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความคิดเห็นเกิดขึ้นหลากหลายมุมมอง เช่น บางคนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควรทำ เพราะเหมือนไม่ให้เกียรติแฟน หรือบางคนรู้สึกตั้งคำถามกับตัวเองว่าดีพอไหม สวยพอไหม? ขณะที่บางส่วนมองว่า ผู้หญิงคิดมากและก้าวก่ายเกินไป จนบางครั้งนำไปสู่การรบกวนและว่าร้ายคนอื่น ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ และชีวิตส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย

หากพิจารณารูปแบบการกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน อาจสามารถแบ่งออกเป็น 4 กรณีหลัก ได้แก่ การกดไลก์รูปของ ‘ผู้หญิงที่รู้จักกันอยู่แล้ว’ เช่น เพื่อนสมัยเรียน หรือเพื่อนร่วมงาน ถัดไปคือ ‘ผู้หญิงที่มีชื่อเสียง’ เช่น นักแสดง ไอดอล ศิลปิน หรืออินฟลูเอนเซอร์ ลำดับต่อมาคือ ‘ผู้หญิงที่ไม่รู้จัก แต่โดดเด่นเรื่องหน้าตา รูปร่าง หรือการแต่งกาย’ เช่น ผู้หญิงทั่วไปที่หน้าตาดี แต่งตัวเซ็กซี่ หรือใส่ชุดว่ายน้ำ สุดท้ายคือ ‘ผู้หญิงที่เป็นคนคุยหรือแฟนเก่า’ หรือเคยมีความสัมพันธ์ร่วมกันมา

ครั้งนี้ เราจึงชวนผู้หญิง 3 คนที่คบหากับแฟนเป็นระยะเวลานานมาพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าวว่า การกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว ถือเป็นธงแดง (Red Flag) ในความสัมพันธ์ที่ควรหนีให้ห่างไหม แล้วทำไมผู้หญิงหลายคนจึงไม่พอใจที่แฟนทำแบบนี้ เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ รวมถึงพวกเธอแก้ไขปัญหานี้อย่างไร โดยที่ยังรักษาทั้งชีวิตคู่และสภาพจิตใจของตัวเองไปพร้อมกัน

*หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์นี้เป็นเพียงการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เพราะที่จริงแล้ว เรื่องความสัมพันธ์มีความสลับซับซ้อนมากกว่านี้ ซึ่งแต่ละคนอาจเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังอาจมีปัญหาอื่นๆ สะสมร่วมอยู่ด้วย*

แก้ม (นามสมมติ) ทำงานในบริษัทเอเจนซีโฆษณา และคบหากับแฟนมาประมาณ 3 ปี 2 เดือน กล่าวว่า การกดไลก์ค่อนข้างส่งผลกระทบน้อยต่อความสัมพันธ์ แต่หากมีการคอมเมนต์ อาจจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะอาจหมายความว่าแฟนชื่นชอบในตัวคนนั้นจริงๆ

“ส่วนตัวไม่มีปัญหากับกรณีกดไลก์รูปผู้หญิงที่รู้จักกันอยู่แล้ว เพราะเราทั้งคู่ต่างมีคนรู้จักและสังคมของตัวเอง ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายปะปนกันไป จึงมองว่าการกดไลก์รูปคนรู้จักเป็นเรื่องปกติ หรือถ้าอีกฝ่ายเป็นดาราคนดังที่มีชื่อเสียงก็รู้สึกเฉยๆ เพราะเราเองก็มีดาราที่เราชอบ”

“เราจะไม่โอเคก็ต่อเมื่อแฟนกดไลก์รูปผู้หญิงหน้าตาดีหรือเซ็กซี่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะมันทำให้เรารู้สึกเปรียบเทียบตัวเองกับผู้หญิงคนนั้น ว่าจริงๆ แล้ว แฟนชอบผู้หญิงสไตล์นั้นหรือเปล่า ซึ่งเราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย และอาจจะไม่มีวันเป็นด้วย เพราะมันไม่ใช่สไตล์เรา ส่งผลให้เรารู้สึกเศร้า ไม่มั่นใจในตัวเอง และตั้งคำถามว่า เราไม่ดีพอสำหรับแฟนหรือเปล่า”

“ส่วนในกรณีคนคุยหรือแฟนเก่า เราก็โอเค เพราะสำหรับเรา ถ้าเลิกกันด้วยดี ก็ไม่ได้มีเหตุผลที่จะต้องเลิกติดตามโซเชียลของกันและกัน รวมถึงการกดไลก์ไม่ได้แปลว่ายังมีเยื่อใยต่อกัน แฟนเราก็ยังติดต่อและเป็นเพื่อนกับคนคุยเก่า (แต่ไม่ใช่ว่าทักไปคุยทุกวัน) ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ยังได้ Keep Connection เอาไว้ในแง่หนึ่ง เราคิดว่าในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับว่า แฟนรู้ลิมิตว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำไหม”

“ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในความสัมพันธ์ และเราก็ตัดสินใจพูดคุยกับแฟนอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำไมเราถึงไม่โอเคกับการกระทำนี้ แล้วเขาก็อธิบายว่า บางคนเคยติดตามตั้งแต่ยังไม่คบกัน และบางครั้งก็กดไลก์ไปเรื่อย ไม่ได้สนใจขนาดนั้น ซึ่งเราเข้าใจ เพราะเราเองก็เคยกดไลก์ไปเรื่อยเหมือนกัน หลังจากพูดคุยกัน ปัญหานี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีก”

“ถ้าเกิดขึ้นครั้งแรก เรามองว่าไม่ใช่ Red Flag เพราะผู้หญิงแต่ละคนก็มีมุมมองแตกต่างกัน แฟนเก่าของเขาอาจจะโอเคกับเรื่องนี้ หรือบางคนอาจจะโสดมาตลอด ทำให้ไม่เคยคิดตรงจุดนี้ก็ได้ แต่เราจะมองว่า มันเป็น Red Flag ถ้าคุยกันแล้ว อีกฝ่ายไม่ปรับตัวเข้าหากัน”

“การคิดว่าแฟนจะชอบผู้หญิงคนอื่น หรือยังมีเยื่อใยกับแฟนเก่าไหม ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องความหึงหวงเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความไม่มั่นใจลึกๆ ของผู้หญิง ไม่ว่าจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หรือไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ก็ตาม ซึ่งเชื่อมโยงกับความไว้ใจเชื่อใจต่อกัน ถ้าเคยเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่ไว้ใจแฟน ข้อห้ามนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้”

“สำหรับวลี ‘เราเป็นแค่คนที่เขาเอื้อมถึง’ เราไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะถ้าเราคบกันตอนนี้ แปลว่าเราทั้งคู่เหมาะสมกันในตอนนี้อยู่แล้ว เราอาจจะมีสเปคสวยหล่อแบบดารา แต่การคบหากันไม่ใช่แค่เรื่องสเปคอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเข้ากันได้หรือเปล่า ศีลเสมอกันไหม”

“หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่โอเคในเรื่องนี้ และกระทบต่อความสัมพันธ์ คิดว่าควรปรับตัวกันทั้งสองคน เพราะแต่ละคนมีความ Insecure ไม่เหมือนกัน และการเลิกกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าการแก้ไขนิสัยอื่นๆ รวมถึงอาจแสดงความรักในรูปแบบอื่นให้มากขึ้น เช่น Words of affirmation (คำชื่นชม) ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่ไม่โอเคควรเข้าใจคนรักของตัวเองด้วยเช่นกัน เช่น ถ้าแฟนมีเพื่อนผู้หญิงอยู่แล้วก่อนคบหากัน ก็ไม่ควรเข้มงวดกับเรื่องนี้มากจนเกินไป”

ปิ่น (นามสมมติ) ทำงานในองค์กรสื่อมวลชน และคบหากับแฟนเกือบ 4 ปี กล่าวว่า เธอไม่มีปัญหากับทุกกรณี แต่จะไม่โอเคก็ต่อเมื่อแฟนกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นทุกรูป หรือกดติดตามผู้หญิงที่ไม่รู้จัก เพื่อให้ได้เห็นรูปภาพของคนคนนั้นบ่อยๆ รวมถึงในกรณีคนคุยหรือแฟนเก่าที่ยังดูมีเยื่อใยต่อกัน

“จริงๆ ไม่ได้สนใจว่า แฟนกดไลก์รูปใคร แต่การกระทำนี้จะเป็น Red Flag ในความสัมพันธ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการกดไลก์มากกว่า เพราะพฤติกรรมการกดไลก์บ่งบอกถึงความต้องการของเจ้าตัว เช่น ถ้าแฟนกดไลก์รูปผู้หญิงสวยๆ ที่ผ่านหน้าฟีดมาโดยบังเอิญ เราก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าผู้หญิงคนอื่นลงรูปภาพปุ๊บ แล้วแฟนกดไลก์ทันที กดไลก์ทุกรูป กดติดตามเพื่อรอดูรูปเหล่านั้นเป็นประจำ จะรู้สึกไม่โอเค เพราะมองว่ามันเหมือนพฤติกรรม ‘อาหวัง’ ซึ่งเป็น Micro Cheating”

*หมายเหตุ: ‘อาหวัง’ มักใช้กล่าวเรียกผู้ชายที่ทำดีเพื่อหวังผลตอบแทน เช่น การพัฒนาความสัมพันธ์*

“เราไม่โอเคแน่นอน หากแฟนมีความชื่นชอบหรือหมกมุ่นในตัวผู้หญิงคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ โดยที่คนคนนั้นไม่ใช่ดาราหรือผู้มีชื่อเสียง เพราะอาจแปลว่าแฟนชอบผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้ชอบเรา หรืออาจจะชอบผู้หญิงทั้งสองคนพร้อมกัน และต่อให้แฟนจะเปลี่ยนผู้หญิงที่ชอบไปเรื่อยๆ แต่ยังมีนิสัยแบบนี้ มันก็ยังเหมือน ‘อาหวัง’ ที่หวังไปเรื่อยอยู่ดี แต่ปัญหานี้คงไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอันดับต้นๆ ในความสัมพันธ์ ยังเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้”

“ถ้าเราบอกแฟนว่าไม่โอเคกับการกระทำนี้ แต่เขาไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ พวกเราก็คงไปต่อด้วยกันไม่ได้ เพราะถ้ามันเป็นนิสัยของเขาจริงๆ ถึงแม้เราจะขอให้เลิกทำ เขาก็อาจจะแอบไปทำลับหลังอยู่ดี สุดท้ายเราก็จะอยู่ในความสัมพันธ์ด้วยความระแวง ไม่สบายใจ และจบลงที่เลิกกัน ดังนั้น เราจึงไม่อยากเป็นคนขอให้เขาเลิกทำสิ่งเหล่านี้ เว้นแต่ว่าแฟนเต็มใจและเสนอตัวจะเลิกทำเอง”

“เราเคยมีปัญหานี้ในความสัมพันธ์ปัจจุบัน โดยตอนนั้นแฟนทั้งกดไลก์และมีพฤติกรรมอื่นร่วมด้วย ทำให้เรารู้สึกไม่โอเค 2 อย่าง เรื่องแรกคือ ไม่ชอบที่การกระทำของแฟนทำให้เรา ‘ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น’ ทั้งที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจากคนที่เรารัก มันทำให้เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนนั้นโดยอัตโนมัติ เช่น เรามีจุดเหมือนหรือจุดต่างกับผู้หญิงอีกคนอย่างไรบ้าง ซึ่งคือการด้อยค่าผู้หญิงด้วยกันเอง”

“ส่วนอีกเรื่องคือ ‘ความมั่นใจ’ เพราะเราก็มองว่าตัวเองเป็นผู้หญิงทั่วไป ไม่ได้โดดเด่นอะไร การกระทำของแฟนจึงอาจส่งผลให้เรารู้สึกว่า เราอาจจะไม่ได้ดีขนาดนั้นสำหรับแฟน หรืออาจจะมีจุดบกพร่องบางอย่าง ที่ทำให้แฟนยังต้องมองหาสิ่งที่ดีกว่าจากผู้หญิงคนอื่น”

“เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งกดไลก์ทุกรูปของอินฟลูเอนเซอร์ผู้หญิงที่ใส่ชุดว่ายน้ำ ซึ่งเรามองว่ามันเยอะเกินไป ถ้าแฟนทำแบบนี้ แล้วมีคนรู้จักมาเห็นว่า แฟนเรากดไลก์โพสต์ลักษณะนี้จำนวนมาก เราก็คงจะรู้สึกเขินและอายนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะทำให้ทะเลาะกัน”

“สำหรับเรา ไม่มีคำว่า ‘เข้มงวดเกินไป’ มีแค่ ‘โอเค’ กับ ‘ไม่โอเค’ เพราะถ้าแฟนไม่สบายใจ ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ก็ควรพูดคุย ปรับความเข้าใจ และหาจุดกึ่งกลางที่โอเคทั้งสองฝ่าย ซึ่งต้องคุยกันให้เข้าใจจริงๆ ไม่ใช่แสร้งว่าเข้าใจ แล้วผู้ชายยังทำแบบเดิมอีก หรือผู้หญิงยังไปรังควานคนอื่น ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าเคลียร์กันแล้ว”

น้ำ (นามสมมติ) ทำงานเป็น Media Planning และคบหากับแฟนประมาณ 7 ปี กล่าวว่า เธอไม่ได้มี Trust Issue ในความสัมพันธ์นี้ จึงไม่ได้รู้สึกแย่ หากแฟนแค่ติดตามและกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่น แต่ถ้ากดไลก์แล้วเอาเรื่องผู้หญิงคนนั้นมาพูดให้ฟังบ่อยๆ หรือมีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างแฟนกับผู้หญิงคนนั้น (กรณีที่ไม่รู้จักกัน) จะเริ่มรู้สึกไม่โอเค

“เราโอเคมากๆ ถ้าแฟนจะกดไลก์เพื่อนผู้หญิง เพราะเราเองก็กดไลก์เพื่อนผู้ชายเหมือนกัน ซึ่งเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ส่วนกรณีคนดังและคนสวย เราก็เข้าใจได้ เพราะเราก็ชอบกดไลก์รูปผู้ชายหล่อ แต่ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น”

“ช่วงแรกๆ ก็เคยมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อคบกันมานาน ประเด็นนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยในความสัมพันธ์ เพราะเราสนิทกันเหมือนเพื่อน ไว้ใจซึ่งกันและกันมากขึ้น จริงๆ คิดว่าการมองคนหน้าตาดีเป็นธรรมชาติของคนเรา แต่สิ่งสำคัญคือ แค่มองหรือทำอะไรต่อจากนั้นหรือเปล่า”

“กรณีเดียวที่ไม่โอเคคือ การกดไลก์รูปผู้หญิงที่เป็นคนคุยหรือแฟนเก่า เพราะอาจแปลว่า แฟนเรายังเข้าไปส่อง ยังมีใจหรือรู้สึกอะไรกับแฟนเก่าอยู่หรือเปล่า พวกเขาเคยเป็นแฟน และมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ดังนั้น การ Spark กันอีกครั้ง หรือโอกาสในการพูดคุยกัน มันเกิดขึ้นง่ายกว่ากรณีที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนหรือคนแปลกหน้า”

“สำหรับเรา การกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่ Red Flag ในความสัมพันธ์ เพราะมองว่ามันคือเรื่องปกติ แม้แต่ตัวเราเองก็ยังดูรูปและคอนเทนต์ผู้ชายหล่อ ไม่ต่างจากแฟนที่ดูรูปผู้หญิงสวยๆ และส่วนใหญ่คนที่เราดูก็มักจะไม่ใช่คนใกล้ตัวที่สามารถทักไปคุยได้ เช่น ดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือ TikToker จึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวล แต่ถ้าเป็นการกดไลก์รูปผู้หญิงทั่วไปที่ไม่ใช่คนดังแบบรัวๆ ตั้งแต่รูปแรกจนถึงล่าสุดภายในครั้งเดียว เราว่าแบบนี้ไม่โอเค เพราะแสดงว่าแฟนมีเจตนาอะไรบางอย่าง ไม่ใช่แค่กดไลก์รูปภาพที่ขึ้นมาในหน้าฟีดของตัวเอง”

“หากกรณีนี้เกิดขึ้นจริง เราอาจจะไม่โทษตัวเองว่าสวยไม่พอ ดีไม่พอ แต่จะคิดว่า ทำไมแฟนถึงทำแบบนั้น ความสัมพันธ์ของเรากำลังสั่นคลอนเหรอ”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สุดท้าย ‘การกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว’ จะเป็น Red Flag ในความสัมพันธ์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นบริบทของสถานการณ์ ลักษณะรูปแบบการกดไลก์ พฤติกรรมอื่นๆ ของอีกฝ่าย รวมถึงพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อความสัมพันธ์ ทำให้ทั้งสองผิดใจกัน หรือส่งผลให้คนรักเป็นทุกข์ และตกอยู่ในความกังวล สิ่งที่ควรทำคือการพูดคุยและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นโดยปราศจากอคติส่วนตัว เพื่อแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันโดยไม่ทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย พร้อมกับรักษาขอบเขตพื้นที่อิสระของตนเอง (และสังคมรอบข้าง) เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความเข้าใจและความเชื่อใจที่มีให้กัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...