โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนาคารโลกเผย เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ทศวรรษแห่งความอ่อนแอ ผลจากกำแพงภาษีสหรัฐ

the Opener

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • The Opener

“ธนาคารโลก” เผยผลวิเคราะห์ล่าสุด ระบุว่า เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่ทศวรรษแห่งความอ่อนแอ ซึ่งอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา เป็นผลจากมาตรการสงครามการค้า และกำแพงภาษีของสหรัฐ

ธนาคารโลกเผยว่า มาตรการภาษีและนโยบายสงครามการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก โดยคาดการณ์ว่า กำแพงภาษีรอบใหม่ของสหรัฐที่มีต่อคู่ค้าประเทศต่างๆ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกตกต่ำมากที่สุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงิน หรือ “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” เมื่อปี 2008 และจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย

ธนาคารโลกระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า เป็นการเข้าสู่ 7 ปีแห่งทศวรรษที่ 2020 ที่เศรษฐกิจจะเติบโตช้าที่สุด และเติบโตช้ากว่าทศวรรษใดๆ นับจากทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ธนาคารโลกได้ปรับลดการเติบโตของจีดีพีทั่วโลกในปีนี้ลง จากร้อยละ 2.7 เหลือร้อยละ 2.3 ภายใต้สมมติฐานว่ามาตรการกีดกันทางภาษีทั่วโลกจะยังคงอยู่ในระดับเดียวกับช่วงปลายเดือนพฤภาคม

“การเพิ่มภาษีแบบกระทันหันและรุนแรง ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีผลกับคนส่วนใหญ่ชะลอตัวลง และส่งผลให้โอกาสทางเศรษฐกิจของโลกเลวร้ายลง” รายงานธนาคารโลกระบุ

ทางด้านองค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ระบุว่า มาตรการภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งผลร้ายแรงต่อเศรษฐกิจมากกว่าคาดไว้

ความปั่นป่วนจากความตึงเครียดขั้นสูงด้านการค้า ทำให้มีการตัดลดการประมาณการณ์ความเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลงถึงเกือบร้อยละ 70 ในทุกภูมิภาคและทุกกลุ่มรายได้ โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องเป็นระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องระดับหนี้สินของรัฐบาล

ที่มา
Global economy on track for worst decade since 1960s, World Bank warns

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...