โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงแรมเผยพร้อมร่วมเที่ยวไทยคนละครึ่งเต็มสูบ รอแค่รัฐกดปุ่มเริ่มต้นเท่านั้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 14.43 น.

โรงแรมเผยพร้อมร่วมเที่ยวไทยคนละครึ่งเต็มสูบ รอแค่รัฐกดปุ่มเริ่มต้นเท่านั้น

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ รัฐบาลได้ประกาศดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง เป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พัก 50% ประชาชนผู้ใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการจ่ายเองส่วนที่เหลือ โดยขณะนี้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมเข้าร่วมโครงการมานานแล้ว แต่เนื่องจากภาครัฐยังไม่ประกาศรายละเอียดแบบสรุปชัดเจน และกดปุ่มเริ่มต้นโครงการออกมา ผู้ประกอบการมีความพร้อมในส่วนของข้อมูลที่ต้องใช้ลงทะเบียนต่างๆ แต่รายละเอียดของแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินโครงการยังไม่แน่ชัด ทำให้ต้องรอความชัดเจนจริงๆ ก่อน โดยหากสามารถเริ่มต้นโครงการได้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายืนยันว่าจะเริ่มเดือนกรกฎาคม หรือเริ่มต้นเร็วกว่านี้ได้จะดีที่สุด

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า หากกฎเกณฑ์ที่ใช้ดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งยังเป็นรูปแบบเดิม จะบอกว่าไม่ได้มีปัญหาทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะมีติดขัดบ้างเล็กน้อย ในส่วนของการตรวจสอบการลงทะเบียนถ่ายรูปสถานประกอบการของเอกชนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ประกอบการชาวไทยจริงๆ แต่มีบางกรณีที่สงสัยว่าไม่ใช่ก็มีการตรวจสอบย้อนหลังเพิ่มเติม การรับเงินส่วนต่างที่เข้าร่วมโครงการก็ค่อนข้างล่าช้า ซึ่งประเด็นเหล่านี้มองว่าเป็นบทเรียนที่เรียนมาหมดแล้วในโครงการเราเที่ยวด้วยกันหลายเฟสที่ผ่านมา จึงไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก แต่พอไม่เห็นรายละเอียดที่แท้จริงของโครงการออกมา ก็ประเมินความเหมาะสมลำบากมาก

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน มีปัจจัยเชิงลบทั้งบรรยากาศจากต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยเฉพาะตัวจากหลายเหตุการณ์ในประเทศ ตั้งแต่นักแสดงจีนหายไปบริเวณชายแดนไทย การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อีกทั้งข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาอีก ทำให้ต้องเร่งฟื้นบรรยากาศกลับคืนมา แต่ประเมินแล้วการมีเที่ยวไทยคนละครึ่งก็คงไม่ได้ช่วยหนุนการเดินทางท่องเที่ยวได้มากขนาดนั้น เพราะคนก็เลือกปลายทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ได้มีผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้ แต่คงเป็นการไปใช้สิทธิเที่ยวนอกพื้นที่จังหวัดที่ตัวเองอยู่มากกว่า ซึ่งตัวเองเลือกก็มีให้เที่ยวเยอะ แต่ส่วนใหญ่คนก็คงเลือกใช้ในเมืองท่องเที่ยวหลักอยู่แล้ว แต่เงื่อนไขการสมทบค่าใช้จ่ายห้องพักในเมืองหลักและเมืองรองไม่เท่ากัน น่าจะช่วยกระจายการท่องเที่ยวได้มากขึ้น

“สัดส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนให้ใช้เที่ยวเมืองหลักและเมืองรองไม่เท่ากัน รวมถึงวันธรรมดาและวันหยุดเสาร์ถึงอาทิตย์ด้วย เบื้องต้นหากเป็นวันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์ รัฐบาลจะสมทบให้ 40% ซึ่งจริงๆ วันเสาร์และอาทิตย์อยากให้รัฐสมทบเพียง 30% ด้วยซ้ำ เพราะแม้สมทบ 30% แต่ใช้เที่ยวเมืองหลัก คนจะไปก็เลือกไปอยู่ดี เนื่องจากมีความสะดวกมากกว่า การให้สมทบวันเสาร์และอาทิตย์น้อยลง เพราะพยายามสร้างค่านิยมใหม่ ว่าคนทำงานก็เที่ยววันธรรมดาได้ ไม่ต้องรอเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น และการกำหนดให้ 1 สิทธิใช้ได้มากสุด 5 ห้องต่อคืนหรือสิทธิ ก็ถือว่าอาจช่วยกระจายให้คนใช้สิทธิได้มากขึ้น จากเดิมที่ตั้งไว้ 10 สิทธิ ซึ่งมองว่าคนจะใช้เที่ยวครบทั้ง 10 คืนเลยอาจมีไม่มากนัก” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ความสำคัญในตอนนี้คือ ข้อมูล ไม่ว่าจะดำเนินโครงการผ่านแฟลตฟอร์มใดก็อยากให้เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิออกมา ว่าไปเที่ยวที่ใดบ้าง เมืองหลักหรือเมืองรอง ใช้สิทธิจำนวนเท่าใด ครบทั้งหมด หรือเหลือมากน้อยอย่างไร คนจากจังหวัดใดนิยมไปเที่ยวในจังหวัดใดบ้าง เพราะที่ผ่านมาต้องบอกว่าผู้ประกอบการไม่ได้รับข้อมูลเหล่านี้เลย ทั้งที่เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในด้านการวิเคราะห์และนำมาปรับใช้ด้านการทำตลาดได้ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งประกาศรายละเอียดที่สรุปชัดเจนแล้วออกมา พร้อมดำเนินโครงการเพื่อให้สุดท้ายสามารถจัดทำข้อมูลนำมาวิเคร์เพื่อทำตลาดต่อไปได้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงแรมเผยพร้อมร่วมเที่ยวไทยคนละครึ่งเต็มสูบ รอแค่รัฐกดปุ่มเริ่มต้นเท่านั้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...