“สินทรัพย์ปลอดภัย” พุ่ง ดอลลาร์-ทองคำ-ฟรังก์สวิสรับอานิสงส์ หลังอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ตลาดการเงินโลกผันผวนแรง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้านิวเคลียร์ในอิหร่าน นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยง หันเข้าถือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ดันดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัว ทองคำพุ่ง
วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 10.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นในวันศุกร์ หลังจากอิสราเอลประกาศว่าได้เริ่มโจมตีทางอากาศใส่อิหร่าน ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนแห่กลับเข้าสู่เงินดอลลาร์และสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ เช่น เงินเยนญี่ปุ่น ฟรังก์สวิส และทองคำ
อิสราเอลระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าไปยังโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีรายงานเหตุระเบิดหลายจุด รวมถึงที่โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านมีกำหนดจะจัดการเจรจารอบที่ 6 ในวันอาทิตย์นี้ที่ประเทศโอมาน เพื่อหารือเรื่องโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านที่ทวีความเข้มข้นขึ้น ขณะที่เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ย้ำว่าการตัดสินใจโจมตีในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจโดยอิสระของรัฐบาลอิสราเอล
ชารุ ชานานา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Saxo กล่าวว่า“สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดขึ้น ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดที่เปราะบางอยู่แล้ว …หากความตึงเครียดลุกลาม โดยเฉพาะหากกระทบเส้นทางลำเลียงน้ำมัน ความเสี่ยงในตลาดจะยังคงสูง ซึ่งจะกดดันให้ราคาน้ำมันและสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งขึ้นต่อไป”
จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) เพิ่มขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ระดับ 98.07 เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.3% ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น 0.4% เทียบกับดอลลาร์
ขณะที่เงินสกุลที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์ ต่างอ่อนค่าลง 0.9% ยูโรสิ้นสุดการพุ่งขึ้น 4 วัน โดยลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 1.155 ยูโรต่อดอลลาร์
ขณะที่นักลงทุนยังแห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (yield) พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ลดลง 0.047% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน ที่ 4.31% ราคาทองคำพุ่งขึ้น 1.3% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม
แม้วันศุกร์ดอลลาร์แข็งค่า แต่โดยรวมสัปดาห์นี้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่ากว่า 1% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบเกือบ 1 เดือน สาเหตุหนึ่งคือการเจรจาสงบศึกการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนเมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐจะกำหนดเงื่อนไขทางการค้าแบบฝ่ายเดียวกับประเทศต่าง ๆ ในไม่กี่วันข้างหน้า
นอกจากนี้รายงานเงินเฟ้อ 2 ฉบับล่าสุดชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาอยู่ในระดับควบคุมได้ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจลดดอกเบี้ยอย่างเร็วขึ้น แต่มีคำเตือนว่าภาษีศุลกากรที่กำลังจะกลับมาอาจผลักดันราคาให้สูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่า 9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดความวิตกว่าจะมีการหยุดชะงักของอุปทาน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันสำคัญของโลก
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา ได้แก่ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ซึ่งจะเผยแพร่ในคืนนี้ รายงานเงินเฟ้อของเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ขณะที่สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ซึ่งจะชี้ชัดทิศทางดอกเบี้ยระยะต่อไป
อ้างอิง : reuters.com