นายกฯอิ๊งค์ มอบนโยบายการทูตเชิงรุก จี้กต.แจง 3 ปมร้อน ภาษีทรัมป์-เมียนมา-เขมร
นายกฯอิ๊งค์ มอบโยบายทูต-กงสุล สั่งการทูตเชิงรุกจับมือทีมไทยแลนด์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ดึงลงทุน-โต้เฟกนิวส์ มอบ กต.เร่งแจง 3 ประเด็น ‘ภาษีทรัมป์-การเมืองเมียนมา-ข้อพิพาทกัมพูชา’ ย้ำจุดยืนใช้สันติ
เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 13 มิ.ย.2568 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายในพิธีปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจำปี 2568 โดยมีเอกอัครราชทูตจาก 98 สำนักงาน เข้าร่วม
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอบคุณทุกคน ในรายงานสรุปผลการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา และยินดีที่ได้พบเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ รวมทั้งสมาชิกทีมประเทศไทยในต่างประเทศจากทั่วโลก โดยการประชุมอาเซียนบวก 8 ได้เจอผู้นำเกือบทั้งหมด ได้ร่วมประชุมกว่า 20 คณะ และยังมีพูดผิดพูดถูกจนมึนเพราะต้องเตรียมตัวมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการสร้างความสัมพันธ์ที่มีเรื่องอะไรสามารถพูดคุยกันได้และจะได้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้คำแนะนำว่า ทุกคนคือมนุษย์ต้องการสร้างความสัมพันธ์แบบมนุษย์ มีการสื่อสารกันให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ทุกอย่างต้องผ่านตัวละคร เพื่อรับความท้าทาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่รับมือทันและไม่ทัน
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อยากดูเรื่องการทูตเชิงรุก ส่วนแผนปฏิบัติการ อยากให้กระทรวงการต่างประเทศ ช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ไปอยู่ในจุดที่เกิดประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอำนาจและกฎระเบียบโลก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นายกฯอิ๊งค์ มอบนโยบายการทูตเชิงรุก จี้กต.แจง 3 ปมร้อน ภาษีทรัมป์-เมียนมา-เขมร
โดยระยะสั้น เราต้องส่งเสริมเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเดิม ทั้งส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น การส่งออกผลไม้ไทยไปจีน หากมีปัญหาติดขัดหน้าด่าน กระทรวงการต่างประเทศสามารถเข้าไปคุยให้กับคนที่อยู่ในประเทศได้
นอกจากนั้นยังมีเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร ขอให้ช่วยโปรโมตความเข้มแข็งของไทยในจุดนี้ว่าเรามีพื้นที่เกษตรเยอะ สามารถหาตลาดใหม่ให้กับเกษตรกรได้ เช่นเดียวกับพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสำคัญและเป็นรายได้หลักของประเทศ ขอให้ทุกคนช่วยกันขยายตลาดในหมู่นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่เข้ามาอยู่แบบระยะยาว
รวมถึงช่วยกัน ดูแลความปลอดภัยโดยเพิ่มกำลังตำรวจ เฟกนิวส์ แม้จะไม่สามารถหยุดได้ 100% หาวิธีไปช่วย และจัดทำข้อมูลที่ดีเข้าไปในระบบเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องโดยเฉพาะเหตุการณ์ระหว่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ต้องใช้โซเชียลเข้ามาช่วยตรงนี้ ส่วนเรื่องการแพทย์ ให้เพิ่มจุดแข็งของเราเพื่อเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งหมดนี้อยากให้ ช่วยกันโปรโมต
ขณะที่แผนระยะยาว ให้เพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศรวมถึงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางบก น้ำ อากาศ และโครงการแลนด์บริดจ์ การอัพเกรดสนามบินให้ทันสมัย เช่น มีการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเวียดนามกับภาคอีสานของไทย
ขอให้ทุกคนเล็งเห็น ช่องทางเหล่านี้และช่วยกันเสริมสร้างความเชื่อมโยงเพื่อกระจายความเจริญไปยังทุกภาคของประเทศด้วย รวมถึงและการเร่งเจรจาความตกลง ทั้ง FTAs การส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงการเข้าร่วมในกรอบความร่วมมือเพื่อกำหนดกฎระเบียบทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก เช่น ACD BRICS และ OECD ควรเปิดการเจรจากับประเทศหรือกลุ่มประเทศ
นอกจากนี้ เรื่องเพิ่มพูนทักษะ (up-skill) และทบทวนทักษะ (re-skill) เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างฐานแรงงานที่มีคุณภาพ รวมถึงโครงการโอดอสที่พัฒนาด้านการศึกษาให้กับเยาวชน ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทั้ง Google, Microsoft และ AWS มาลงทุนในไทย เราต้องพัฒนาบุคลากรของเราเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเสริมสร้าง ความสามารถในการแข่งขันและความน่าดึงดูดใจของไทยให้ดีขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและกฎระเบียบของโลก ควรขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ผ่านการใช้มุมมองด้านการต่างประเทศเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยทั้งการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐฯ การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีในกรอบอาเซียน การเร่งปฏิรูปกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ขอให้ทุกคนมองผลประโยชน์ของประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอกชนรายเล็กและรายใหญ่ หรือพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลและในทุกมิติ ทั้งการค้า การดึงดูดการลงทุน การท่องเที่ยว การเงิน และความมั่นคง
นายกฯอิ๊งค์ มอบนโยบายการทูตเชิงรุก จี้กต.แจง 3 ปมร้อน ภาษีทรัมป์-เมียนมา-เขมร
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับจุดยืนของเราในประเด็นสำคัญทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค หรือระดับโลก ให้รับทราบว่า และอยากขอให้ทุกคนช่วยกันอธิบายกับประเทศเจ้าบ้าน รวมถึงคณะทูตานุทูต ในประเทศนั้นให้เข้าใจถึงท่าทีหรือจุดยืนของไทย ขอยกตัวอย่าง 3 เรื่อง ที่รู้สึกว่าขาดการชี้แจงที่เหมาะสมแก่ประเทศต่าง ๆ คือ
1.กรณีมาตรการภาษีของสหรัฐฯ การดำเนินการของรัฐบาล รวมถึงพัฒนาการ 2.สถานการณ์การเมืองในเมียนมา เพื่อให้นานาประเทศทราบถึงเหตุผลความจำเป็น ของการดำเนินนโยบายไทยในเรื่องนี้ และ3.กรณีข้อพิพาทกับกัมพูชา ทุกท่านมีหน้าที่ในการอธิบายเหตุผลให้ มิตรประเทศทราบถึงความจำเป็นที่ไทยต้องดำเนินมาตรการต่างๆ และเหตุผลที่ไทย ยึดมั่นในกลไกทวิภาคี รวมถึงความช่วยเหลือที่ไทยให้แก่กัมพูชามาโดยตลอด
กรณีสำคัญๆ แบบนี้ อยากขอให้ช่วยกันชี้แจง ยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงบางครั้งมีเสียงเชียร์ให้เกิดการทะเลาะในโซเชียลทั้งที่ไม่ได้อยู่หน้างานในขณะที่คนหน้างานมีความเสี่ยง แต่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงเช่นกัน ฉะนั้นในประเทศต้องสามัคคีกันและย้ำจุดยืนว่าจะแก้ปัญหาด้วยสันติ อยากให้กระทรวงต่างประเทศ ช่วยสื่อสารเรื่องนี้ว่าเราพร้อมที่จะพูดคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ที่จะประชุมเจบีซี เพื่อให้เกิดความจะเข้าใจมากขึ้นในระหว่างสองประเทศ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า หวังว่าการประชุมในครั้งนี้จะทำให้ทุกคนภายใต้ทีมประเทศไทย เข้าใจเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน และขอให้ขับเคลื่อนให้แผนงานให้ บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม และขอให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ ช่วยนำทีมประเทศไทยทั่วโลก ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ที่ได้ร่วมกันจัดทำในการประชุมครั้งนี้ให้มีผลเป็นรูปธรรม ดังนี้
1.การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ การทูตเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งในระยะสั้นที่ส่งเสริมเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม และระยะยาวที่มุ่งนำประเทศสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยการปรับปรุงโครงสร้างทั้งทางกายภาพและทางกฎระเบียบ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะของคนไทยทุกคน โดยขอให้มีตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลการดำเนินการอย่างรอบด้านเป็นระยะด้วย
2.การเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและกฎระเบียบครั้งใหญ่ ไทยจะต้องวางตัวในเกมยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยมากที่สุด ผ่านกลไกทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคีต่าง ๆ
3.การทำงานเป็นทีมประเทศไทย อย่างจริงจังและจริงใจเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการจะนำไปพิจารณา และหากมีการประชุมกลุ่มย่อยก็อยากจะมาเข้าร่วมด้วยเพื่อจะได้พูดคุยกับทุกคน และมอบรัฐมนตรีว่าขอให้มีการจัดประชุมกลุ่มเล็กเพื่อรับฟังความคิดเห็นได้ใกล้ชิดมากขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯอิ๊งค์ มอบนโยบายการทูตเชิงรุก จี้กต.แจง 3 ปมร้อน ภาษีทรัมป์-เมียนมา-เขมร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th