โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกแบบเพื่อน (Friendly But Firm) ได้ผลดีจริงเหรอ?!

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.03 น. • Features

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ทำให้รูปแบบการเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกก็เปลี่ยนแปลงไปจากคนรุ่นก่อน ที่มักสอนให้ลูกเคารพ เชื่อฟัง และเกรงขามพ่อแม่ ในฐานะผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ หรือคนที่ควรเทิดทูนจนไม่อาจโต้เถียงอะไรได้ ในขณะที่ครอบครัวรุ่นใหม่ เริ่มให้ความสำคัญกับสิทธิ เสรีภาพ เคารพและให้เกียรติกันในฐานะที่ทุกคนเป็นคนเท่าเทียมกันมากขึ้น พ่อแม่หลายครอบครัวเริ่มสนใจแนวทางการ เลี้ยงลูกแบบเพื่อน ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างและเป็นกันเองกับลูก ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูด้วยการใช้อำนาจ ตั้งกฎ และสั่งสอนดุด่า แต่เป็นพ่อแม่ที่เปิดใจ รับฟัง และพยายามเข้าใจลูกอย่างแท้จริงแต่การ เลี้ยงลูกแบบเพื่อน จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ การเรียนรู้ และพัฒนาการของลูกได้ก็ควรมีขอบเขตและข้อควรระวังไม่ให้ความตั้งใจดีของคุณพ่อคุณแม่ กลายเป็นผลเสียต่อการเลี้ยงดูลูกต่อไปความแตกต่างระหว่างการเป็นมิตรกับลูก VS. เป็นเพื่อนกับลูก

การเป็นมิตรกับลูก หมายถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น เปิดใจ และเต็มไปด้วยความรัก คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจรับฟังลูก เข้าใจความรู้สึก และทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างไม่กลัวว่าจะถูกตัดสิน แม้ว่าความสัมพันธ์จะเป็นกันเองและอบอุ่น แต่คุณพ่อคุณแม่ยังคงบทบาทในการตั้งขอบเขตและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้ลูกเข้าใจว่ามีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยและการเติบโตที่ดีในทางตรงกันข้าม การทำตัวเป็นเพื่อนกับลูกมากเกินไป อาจทำให้เส้นแบ่งระหว่างบทบาทของคุณพ่อคุณแม่กับลูกไม่ชัดเจน ลูกอาจเริ่มมองว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่คนที่น่าเคารพเชื่อถือหรือไว้วางใจได้ ซึ่งอาจทำให้ความชัดเจนเรื่องกฎระเบียบและขอบเขตลดลง และทำให้การอบรมสั่งสอนลูกเป็นไปได้ยากขึ้นการเป็นมิตรกับลูกอย่างเหมาะสมตามวัย

การเป็นมิตรกับลูกอย่างเหมาะสมตามวัยช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและแน่นแฟ้น คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนที่ลูกไว้วางใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่อต้องพูดคุยหรือแบ่งปันความรู้สึก ความสัมพันธ์แบบนี้ช่วยให้ลูกกล้าสื่อสาร เปิดใจ และรับรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นคนที่มีความรู้สึก มีประสบการณ์ และผ่านความท้าทายในชีวิตเหมือนกันเมื่อลูกโตขึ้น ความสัมพันธ์แบบนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กับลูกสามารถพูดคุยกันอย่างลึกซึ้งและจริงใจมากขึ้นในอนาคตการเลี้ยงลูกแบบเพื่อนจำเป็นต้องมีขอบเขต

การเป็นเพื่อนกับลูกอาจฟังดูดีในแง่ของความผูกพันธ์ใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันก็มีควรข้อควรระวัง คือ การที่คุณพ่อคุณแม่พยายามเป็นเพื่อนกับลูกมากเกินไป อาจสร้างความสับสนให้กับลูกได้ ส่งผลให้ลูกไม่จริงจังเรื่องกฎกติกา ไม่เคารพกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้นอกจากนี้ การที่คุณพ่อคุณแม่พยายามเป็นเพื่อนมากเกินไป อาจทำให้ลูกขาดความมั่นคงในบทบาทของผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่าง ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมในระยะยาวเมื่อไรควรเปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นเพื่อน

เมื่อลูกโตขึ้นและเริ่มเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเพื่อนกับลูกได้มากขึ้น ในช่วงเวลานี้ ความสัมพันธ์จะเป็นไปอย่างเท่าเทียม ทั้งสองฝ่ายสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดใจ และสนับสนุนกันในฐานะผู้ใหญ่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ควรเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีพื้นฐานความไว้วางใจและความเคารพที่วางไว้ตั้งแต่ตอนลูกยังเล็ก เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นด้วยการเป็นมิตรที่มีขอบเขตชัดเจน ลูกก็จะเติบโตอย่างมั่นคงและพร้อมที่จะมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนกับคุณพ่อคุณแม่เมื่อถึงเวลาอ่านบทความ: เลี้ยงลูกแบบทีม (T.E.A.M) : สงบศึกกับลูกวัยต่อต้าน ด้วยวิธีการเลี้ยงลูกแบบ T.E.A.Mอ้างอิงparentspositivedisciplinethaipbskids

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...