โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพรหมเมธีมอบตัวแล้ว หลังหนีคดีเงินทอนวัด 7 ปี

INN News

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 17.39 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 10.39 น. • INN News

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 “คดีเงินทอนวัด” คดียักยอกทรัพย์ที่พบว่ามีพระผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ได้เปิดปฏิบัติการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนวัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คดีเงินทอนวัด” ซึ่งพบว่ามีพระผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก

และหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหา คือ พระพรหมเมธี ขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหารและกรรมการมหาเถรสมาคม ถูกออกหมายจับในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน ทำให้ต้องหลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมนี นาน 7 ปี จนกระทั่งเมื่อวานนี้ 4 มิถุนายน พระพรหมเมธี ได้ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อเช้าวันนี้ 5 มิถุนายน เวลาประมาณ 06.30 น.เพื่อแสดงความจำนงเข้ามอบตัว และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ กับ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อสู้คดี

คดีนี้ถึงแม้จะผ่านมาแล้ว 7 ปี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เนื่องจากมีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงคำให้การจากตัวผู้ต้องหาเท่านั้น เบื้องต้น พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มสูง เพราะผู้ต้องหาเข้ามอบตัวด้วยตนเอง และไม่มีแนวโน้มจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

โดยในคดีนี้ พลตำรวจตรีสุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และจะเป็นผู้ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด ต่อมาเมื่อช่วงบ่าย เวลา 14.00 น. มีรายงาน คณะพนักงานสอบสวนพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินจากกรณีเงินทอนวัด ก่อนจะลงลิฟต์ชั้นใต้ดิน มีรถตู้ 2 คัน มารับออกไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...