โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสวนาโต๊ะกลมสถานบันเทิงครบวงจรไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 06.56 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 5 มิ.ย. – นักกฎหมายสนับสนุนเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ชี้ไม่ใช่จุดรวม “ธุรกิจสีเทา” แต่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ ท่องเที่ยวและจัดการปัญหาบ่อนใต้ดิน ขณะที่โฆษกพรรคประชาชน ยืนยันไม่เห็นด้วยกับเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไม่ชัดเจน

Inside Asian Gaming สื่อชั้นนำด้านอุตสาหกรรมสถานบันเทิงของภูมิภาคเอเชีย จัดเสวนาโต๊ะกลมว่าด้วยสถานบันเทิงครบวงจรไทย นายจอร์จ เทนาซิเยวิช อดีตประธานและ CEO Marina Bay Sans ประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า เอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อาจจะเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของไทยเพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานซึ่งรัฐบาลจะต้องสื่อสาร ต้องวางแผนเพื่อเอาชนะความเข้าใจผิดของประชาชนให้ได้ ตนเองเชื่อว่า ความไว้วางใจและความโปร่งใสในการทำโครงการนี้จะเป็นแนวทางให้เอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมาย และที่ปรึกษากรรมาธิการการเงิน การคลังฯ สภาผู้แทนราษฎร และผู้ก่อตั้งสำนักกฎหมาย VLA กล่าวว่า โครงการสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรกเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งการตรวจสอบแก้ไขร่างกฎหมายที่มีการเสนอในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ไทยมีประสบการณ์มาก่อน แต่เป็นเรื่องที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ มีประสบการณ์มาแล้วจึงต้องมีการเรียนรู้จากเพื่อนบ้านและรับฟังความเห็นจากส่วนต่าง ๆ มากที่สุด โดยกรอบกฎหมายที่พิจารณากันไม่ได้ใช้คำว่า “กาสิโน” แต่ใช้คำว่า “สถานบันเทิงครบวงจร” หรือ Entertainment Complex ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้ามาเปิดหรือมาลงทุนได้ เพราะเงื่อนไขที่วางไว้ค่อนข้างที่สูง จะต้องลงทุนเป็นมูลค่ามหาศาล และพื้นที่ที่เป็นกาสิโนตามหลักการก็คือไม่เกิน 10% ของพื้นที่ ส่วนอีก 90% ของพื้นที่จะทำอะไร จะสร้างสวนสนุก สวนน้ำ โรงละคร สนามกีฬา หรือว่าจะมีทัศนียภาพที่สวยงามเป็น Man-Made Destination ซึ่งโครงการนี้มี 3 เป้าหมายหลัก คือ 1. การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ 2. การพัฒนาการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวของไทยก็ดังอยู่แล้ว แต่ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่พัฒนาการท่องเที่ยวของเรา เพื่อนบ้านเขาก็พร้อมที่จะขึ้นมา และ 3. การจัดการปัญหาบ่อนใต้ดิน เพราะบ่อนใต้ดินที่มีอยู่มานานมากแล้ว มันเป็นระบบที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินนอกระบบ และเงินนอกระบบนี้มันก็จะโยงกันหลายอย่าง การค้าประเวณี ยาเสพติด อิทธิพล สินบน เจ้าหน้าที่ของรัฐ

นายวีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กระบวนการตอนนี้เรายังไม่ทันจะได้เข้าสู่วาระการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ สิ่งที่เรามีตอนนี้คือการพูดคุยในสังคม มีร่างการศึกษาของคณะกรรมาธิการในสภา ซึ่งก็เป็นแค่ร่างการศึกษา ยังไม่ได้เป็นการพิจารณาผ่านกฎหมาย ข้อกังวลใจใด ๆ ที่ภาคสังคม ภาควิชาการมี คิดว่าสำคัญและต้องรับฟัง แล้วก็เอาข้อพิจารณาเหล่านี้มาใช้แก้ไข อย่างไรก็ดี ตนเชื่อว่าไม่ใช่การเปิดกาสิโนอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นการสร้าง Entertainment Complex เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศและแก้ปัญหาบ่อนใต้ดินที่มีมานาน เรียนรู้จากประสบการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน ตนกลับมองว่าเป็นข้อดีที่เรามาทีหลังเขา ในแง่ที่ว่าเราสามารถเรียนรู้ได้ว่าเขาประสบความสำเร็จตรงไหน เขาผิดพลาดอะไร และเราจะทำให้ดีกว่าเขายังไง

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามเรื่องความกังวลว่าจะเป็นศูนย์รวมธุรกิจสีเทาและแหล่งฟอกเงินหรือไม่นั้น นายวีรพัฒน์ ตอบว่า ธุรกิจสีเทา เงินนอกระบบมันมีมาอยู่แล้ว ยังไม่ต้องมีกาสิโน ไม่ต้องมี Entertainment Complex ก็มีเงินนอกระบบ แต่ถ้าเราไม่ดึงเม็ดเงินกลับเข้ามาสู่ระบบ เราจะแก้อย่างไร ถ้าเราบอกว่าเราก็จะไปตามจับเรื่อย ๆ แล้วที่ผ่านมาเราตามจับมากี่ปีแล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังตามจับไม่หมด

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มี “กาสิโน” เป็นหัวใจหลัก เนื่องจากเห็นว่า 1.ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจไม่ชัดเจน ไม่ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ว่าสร้างแล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไร ที่ผ่านมาคนผลักดันใช้เพียงแค่สมมติฐานเท่านั้น 2.ผลกระทบทางสังคม เพราะรัฐบาลยังไม่ได้มีมาตรการรัดกุมเพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาการติดการพนันและการฟอกเงินตามมา 3. โครงการเอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพราะไม่ได้บรรจุไว้ในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง

โฆษกพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมักจะพูดว่าภาคเอกชนให้ความสนใจแต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะรัฐบาลยังหาความสมดุลได้ไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามจะเร่งรัดผลักดัน พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฉบับนี้ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ หลังจากทำไม่สำเร็จในช่วงเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งที่แล้ว โดยคาดว่ารัฐบาลจะดันกฎหมายฉบับนี้เข้าสภาอีกครั้งช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...