กองทุน Ethereum หยุดสถิติเงินไหลเข้า 19 วัน เหตุวิกฤตตะวันออกกลางฉุดตลาด
#Ethereum #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า กองทุนอีทีเอฟ (ETF) ประเภท Spot Ethereum ที่อยู่ในสหรัฐฯ ได้จบสถิติเงินไหลเข้าสูงสุดต่อเนื่อง 19 วันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีเงินไหลออกสุทธิ 2.2 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ตลาดโดยรวมชะลอตัวลง
สถิติเดิมคือ 18 วันติดต่อกันที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคม 2024 ก่อนจะถูกทำลายลงในครั้งนี้ ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่ามีเพียง 2 กองทุนเท่านั้นที่มีการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในวันศุกร์ ได้แก่ Ethereum Mini Trust ของ Grayscale ที่มีเงินไหลเข้า 6.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน Ethereum Fund ของ Fidelity มีเงินไหลออก 8.9 ล้านดอลลาร์
ช่วงเริ่มต้นของกระแสเงินไหลเข้าใน Spot ETH ETF เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลานั้นพบว่ามีความต้องการสูงมาก ถึงขนาดบางวันมียอดไหลเข้ามากกว่า Spot Bitcoin ETF ด้วยซ้ำ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (NAV) ของ ETF เหล่านี้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2024 ปัจจุบันกองทุนทั้งหมดถือสินทรัพย์รวมกันกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่มีการยิงจรวดตอบโต้กัน ส่งผลให้ตลาดคริปโตร่วงลงในวันศุกร์ นักลงทุนแห่ขายสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ยอดชำระบัญชีทั่วตลาดคริปโตสูงถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ ETH ราคาร่วงลงประมาณ 8% ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก The Block
หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนกระแสความต้องการ ETH คือ SharpLink Gaming ซึ่งกลายเป็นผู้ถือครอง ETH รายใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Ethereum Foundation หลังเข้าซื้อ ETH มูลค่า 463 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายกลยุทธ์บริหารคลังสินทรัพย์ ทั้งนี้ หุ้นของบริษัทไม่เปลี่ยนแปลงในวันศุกร์ แม้จะดิ่งลงกว่า 70% จากการเปิดเผยเอกสารยื่นต่อ ก.ล.ต. ก่อนหน้านี้
ETF Bitcoin ทำสถิติใหม่
แม้ว่าในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin จะลดลงราว 2% แต่กองทุน ETF ประเภท Spot Bitcoin ยังคงได้รับเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งถึง 301.6 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่งให้ยอดรวมเงินไหลเข้าสูงสุดแตะระดับใหม่ที่ 45.6 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก SoSoValue
กองทุนที่นำกระแสคือ IBIT ของ BlackRock ซึ่งมีเงินไหลเข้า 239 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ FBTC ของ Fidelity ที่มี 25.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนอื่น ๆ อีก 4 แห่ง มีเงินไหลเข้าไม่เกิน 15 ล้านดอลลาร์ต่อราย
มาร์เซน คัซเมียร์แซค ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ RedStone ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า “สินทรัพย์เสี่ยงกำลังเผชิญกับการขายเพื่อหนีความเสี่ยงอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งสูงขึ้น… ณ จุดนี้ ความผันผวนคือสิ่งที่แน่นอนเพียงอย่างเดียว” เขากล่าว โดยอ้างอิงถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews
Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/