โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ฮุน เซน” เรียกร้องนานาชาติกดดันไทย ให้ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 01.04 น. • เดลินิวส์
สมเด็จฮุน เซน ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันกดดันไทย ให้ขึ้นศาลโลกเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนกับกัมพูชา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าข้อพิพาทเรื่องชายแดนกับไทย ยังคงมีความค้างคาและยังไม่ได้ข้อสรุปอีกอย่างน้อย 4 จุดสำคัญ คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่มุมไบ ซึ่งกัมพูชาเรียกว่า สามเหลี่ยมมรกต และไทยเรียกว่า ช่องบก ครอบคลุมพื้นที่รวมกันเหือบ 800 ตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า ไทยอาจกระทำการแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นระหว่างปี 2551-2554 นั่นคือ การไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และการขับเคลื่อนนโยบายด้วยความก้าวร้าว สมเด็จฮุน เซน ยืนยันว่า กัมพูชาไม่ต้องการสงครามกับไทย และต้องการแก้ไขความขัดแย้งผ่านกลไกระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า มีหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศคู่กรณี ผ่านกลไกการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย หลังจากนั้น ทุกประเทศยังคงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

สมเด็จฮุน เซน ทิ้งท้ายว่า ดังนั้น กัมพูชามีความหวังว่า นานาประเทศซึ่งยึดมั่นตามบรรทัดฐานและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จะร่วมกันกดดันไทยให้ยอมรับกระบวนการของไอซีเจ เพื่อให้ปัญหาตามแนวชายแดนกับกัมพูชายุติโดยสันติวิธี สร้างเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...