ร้องปปช.ตรวจสอบที่มาที่ไปต่างด้าว อาจมีผลประโยชน์ได้เสีย
เชียงราย-ตามมติ ครม วันที่ 29 ต.ค.67 ที่ผ่านมา ทำให้มีบางพื้นที่ตั้งรับไว้นานแล้วขนต่างด้าวเข้ามารับสิทธิ์ ใครที่เข้าไปยุ่งเรื่องนี้กลุ่มอิทธิพล มีส่วนได้ส่วนเสียเผยตัวปกป้อง
วันที่ 15 มิ.ย.2568 จากกรณีที่บ้านดอยจัน ม.1 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมีการประชาสัมพันธ์หมู่บ้านว่า ในหมู่บ้านที่มีรายชื่อต่างด้าว 100 กว่าคนให้มาแสดงตัวตน ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นสงสัย ว่าทำไมมีต่างด้าวจำนวนมาก จากที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าในชุมชนตัวเองมีต่างด้าวมาก แต่พบว่าท้ายซอย 7 ของหมู่บ้านดอยจัน มีแรงงานประหล่อง อยู่ 10 กว่าหลังคาเรือน ซึ่งคนในพื้นที่เอง มีประชากรประมาณ 400-500 คน แต่รายชื่อต่างด้าวที่มีปรากฎ 100 กว่าคน ดูไม่บาลานซ์กับประชากรในชุมชน ได้สอบถามไปยังหน่วยงาน ทราบว่า อยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายชื่อต่างด้าว หากไม่มาแสดงตัวตนจะคัดรายชื่อออก ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าต่างด้าว ที่มาลงรายชื่อรู้ได้อย่างไง มาจากไป แล้วหายไปไหนถ้าไม่มาแสดงตัวตน จะไปโผล่ที่ไหน และรายชื่อที่เหลือจะมีต่างด้าวรายอื่นมาสวมสิทธิ์ได้หรือไม่ การคัดกรองขั้นตอนแบบไหน
ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการร้องเรียนลักษณะคล้ายแบบนี้ ที่มีบ้าน 1 หลังของคนไทย แต่มีรายชื่อต่างด้าวมากกว่า 10-50 คน ต่างด้าวเหล่านี้มาจากไหน เจ้าบ้านและต่างด้าวไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันแต่อย่างใด ซึ่งตั้งข้อสงสัยอาจมาลงชื่อขอสิทธิ์บัตรต่างด้าว แล้วกลับไปอาศัยอยู่แหล่งอื่น หรือประเทศต้นทางที่มา (สองสัญชาติ) ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าการคัดกรอง คนในพื้นเคยเห็นต่างด้าวอยู่ในหมู่บ้านหรือเปล่า อีกทั้ง ในการเซ็นค้ำประกันต่างๆให้กับคนต่างด้าว คนที่ค้ำประกัน และต่างด้าวรู้จักกันหรือไม่ และการประชาคมในชุมชนชาวบ้านได้รับการชี้แนะอย่างถูกวิธีหรือไม่
ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่า บางรายยังไม่เคยเห็นหน้า บางรายพูดภาษาไทยไม่ได้ ซึ่งพบว่าต่างด้าวในหมู่บ้านมีเพียงไม่กี่ครอบครัว แต่รายชื่อต่างด้าวที่ปรากฏก่อนหน้า มีมากเกินจริง ไม่สมสัดส่วนประชากรคนในชุมชมเอง ตั้งข้อสังเกต อาจแห่กันมาลงชื่อไว้ร่วงหน้ารอรับสิทธิ์ ขณะเดียวกันรายชื่อปรากฏตัว และไม่ปรากฎตัว ต่างด้าวเหล่านี้หายไปไหน และมาลงชื่อเมื่อไร การคัดกรองรัดกุมหรือไม่
ตามที่ปรากฎมติ ครม วันที่ 29 ต.ค.67 ที่ผ่านมา รองรับกลุ่มต่างด้าว ที่อพยพเข้ามานาน หรือมีลูกหลานเกิดในไทย โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตั้งขอสังเกตว่า รายชื่อต่างด้าวที่มีการลงเอาไว้ร่วงหน้า อาจจะมิชอบด้วยกฎหมาย ลงชื่อไว้เท่านั้นแล้วหายไปไหน หรือกลับถิ่นฐานเดิม เพื่อรอเรียกรายชื่อ
ขณะเดียวกัน ทางชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ และอาจไม่เข้าใจ เริ่มไม่กล้าขยับ หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างด้าวกันในหมู่บ้าน ผู้ที่มีอำนาจเริ่มใช้คำพูดข่มขู่ ทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดระแวงหวาดกลัว อาจมีหน่วยและพวกบุคคลอิทธิพลในท้องที่ ที่เสียผลประโยชน์ มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ เพื่อหวังให้ต่างด้าวผ่านขั้นตอนการคัดกรองสำเร็จ อีกทั้ง พวกผู้มีอิทธิพลเริ่มได้แสดงตัวตนออกมาปกป้องกันเป็นกลุ่ม โดยใช้วิธีข่มขู่คุกคามห้ามชาวบ้านในทางลับ ห้ามแสดงความคิดเห็น ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ชาวบ้านต้องเก็บตัวเงียบ อยู่อย่างระแวงหวาดกลัว ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปชี้ชัดขอเท็จจริง ที่มาที่ไปของต่างด้าว อย่างชัดเจน