เกษตรกรใช้น้ำพิษทำการเกษตร รัฐมีแต่แนะนำ แต่ไม่ช่วยกับเพิ่มภาระเกษตรกร
เชียงราย-เกษตรกรหวันใช้น้ำพิษรดพืชผัก ระยะยาวหากตรวจพืชผักพบสารพิษใครจะซื้อ นำไปทานระยะยาวจะส่งผลต่อร่างกายหรือไม่ อีกทั้งรัฐเข้ามาแนะนำหลายอย่างแต่มีต้นทุนกับผลักภาระใช้เกษตรกรเพิ่มต้นทุน
วันที่ 18 มิ.ย.2568 เวลาประมาณ 09 .00 น.ที่หอประชุมหมู่บ้านบ้านเวียงเดิม ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ได้มีเกษตรสมาชิกผู้ใช้น้ำได้พบปะพูดคุยปัญหาการใช้น้ำ ในแม่น้ำกก ปัญหาน้ำพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ส่งผลกระทบกับแม่น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เช่น แม่น้ำกก.แม่สาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ซึ่งตรวจพบสารหนู และสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำ พบว่าต้นแม่น้ำสายมีเหมืองแร่จำนวน 27 แห่ง บนพื้นที่ 3000 กว่าไร่ ต้นน้ำแม่น้ำกก.มีเหมืองแร่จำนวน 5 แห่ง หรือจำนวน 119 ไร่ ซึ่งทำให้เกษตรกรลุ่มน้ำ วิตกกังวนการใช้น้ำในการเกษตร
ด้านอ.ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาลัยแม่ฟ้าหลวง เผยว่า ช่วงนีเข้าสู่ฤดูทำนาปี นาข้าวกว่าแสนไร่ ต้องปนเปื้อนน้ำสารพิษ พื้นที่เกษตรกรที่ใช้น้ำกก 58,000 ไร่ พื้นที่เกษตรใช้น้ำสาย และน้ำรวก ประมาณ 60,000 ไร่ นำน้ำไปใช้พืชเกษตร ทำไร่ทำสวนพืชผัก และนาข้าว ใช้น้ำปนเปื้อนสารพิษทั้งหมด ซึ่งหากมีการตรวจพบว่าต้นข้าวดูดซึมสารพิษปนเปื้อนเข้าไป รัฐบาลมีแนวรับมือแก้ไขอย่างไร ขณะที่รัฐบาลบอกให้เกษตรกรใช้น้ำ ควรปรับค่าPh ของดินให้เหมาะสม ซึ่งทาง อ.ดร.สืบสกุล เล็งว่าอาจใช้ไม่ได้ผลจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบห่วงโซ่อาหารหารของประเทศไทย ในส่วนการสร้างฝายดักตะกอนสารพิษปนเปื้อนในน้ำ พบว่ายังไม่มีการวิจัย นักวิชาการคาดว่าอาจจะใช้ไม่ได้ ซึ่งการสร้างฝายชั่วคราวยังส่งผลกระทบกับระบบนิเวศ ซึ่งหากมีน้ำหลากมามากฝายจะรับมวลน้ำไม่ไหว อีกทั้ง ตะกอนสารพิษที่ตกค้างจะนำไปทิ้งที่ไหน หมู่บ้านไหนจะรับ ซึ่งทางผู้ใช้น้ำที่ได้รับผลกระทบน้ำปนเปื้อนสารพิษ เตรียมจัดปอยหลวงครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 มิ.ย.68 ใกล้จะถึงนี้ โดยได้เชิญนักวิชาการมีส่วนเกี่ยวข้องมาถกแก้ไขปัญหา ของรัฐบาลได้จริงหรือไม่ และครั้งนี้ได้เชิญสถานทูตจีนประจำประเทศไทย มารับฟังปัญหาด้วย เพื่อให้สื่อสารกลับไปยังประเทศจีน
ด้านนายวารินท์ เขตชำนิ อายุ 63 ปี เกษตรกรผู้ใช้น้ำกก บ้านเวียงเดิม ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เผยว่า น้ำพิษข้ามแดน ส่งผลกระทบกับการชีวิตชาวบ้านและเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาที่ผันน้ำกก ใช้ในนาข้าว เกษตรเริ่มมีความวิตกกังวน น้ำที่เอามารดพืชปนสารพิษหากนำไปทานสารพิษจะสะสมในร่างกาย หรือไม่ ระยะยาวน้ำที่ใช้รดพืชผักหากตรวจพบมีสารหนู ใครจะกล้าซื้อกล้าทาน ซึ่งถือเป็นความกังวนของเกษตรในระยะยาว ขณะเดียวกันที่รัฐได้แนะนำให้ปรับค่าph ซึ่งชาวบ้านไม่ทราบ และยังแนะนำให้ใช้ปูนขาว กลายเป็นเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกร อาจจะไม่คุ้มทุน หรือหากต้องการให้เกษตรหยุดปลูก ควรมีการเยียวยา หรืออาจจะเจาะน้ำบาดาลให้เกษตรกรใช้ไปก่อน ก็สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ แต่รัฐมีแต่บอก ไม่ได้ยื่นอุปกรณ์ หรือช่วยเหลืออย่างจริงจัง เหมือนผลักภาระให้เกษตรกร
ด้านนายจันทร์ มะณีคำ อายุ 73 ปี เกษตรกรทำนานมาตั้งแต่อายุ 20 ปี ทำนามาแล้ว 53 ปี พึ่งมาทราบว่าน้ำมีสารพิษ ที่ผ่านมาไม่มีมาก่อน ทำให้ชาวเกษตรเริ่มมีความกังวน เรื่องปลูกนานข้าว หากตรวจพบสารหนูในข้าว ยังจะมีใครซื้อข้าว ระยะยาวเป็นอย่างไร ซึ่งทุกวันนี้ปลาที่จับในทุ่งนา ไม่มีใครกล้าทาน ต้องปล่อยกับลงน้ำเหมือนเดิม ซึ่งชานาที่สัมผัสน้ำ ต้องรีบล้างทำความสะอาด เจอทั้งยาทั้งสารพิษ ซึ่งเป็นข้อวิตกกังวนของชาวบ้านและเกษตรกร