โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ไม่มีใครรู้ว่าผมจะทำอะไร’ : ทรัมป์เล่นเกมคลุมเครือกับอิหร่าน

ทันหุ้น

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.27 น.

#สงคราม #อิหร่าน #อิสราเอล #ทันหุ้น - ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจเข้าร่วมในสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน แต่ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงโดยตรงในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านหรือไม่ ซึ่งยืดเยื้อมาถึงวันที่หกของการทิ้งระเบิดอย่างรุนแรง

ทรัมป์เริ่มเช้าวันพุธของเขาที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบขาว โดยติดตั้งเสาธงขนาดใหญ่สองต้น สูงต้นละ 88 ฟุต หรือประมาณ 27 เมตร

ในระหว่างการปรากฏตัวนั้น เขาถูกถามถึงคำถามที่กำลังเป็นประเด็นในตะวันออกกลางว่า สหรัฐฯ จะเข้าร่วมอิสราเอลในการโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือไม่

“คุณไม่รู้หรอกว่าผมจะทำไหม” ทรัมป์ตอบนักข่าว “ผมอาจจะทำก็ได้ อาจจะไม่ทำก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่าผมจะทำอะไร ผมบอกคุณได้แค่นี้ว่า อิหร่านกำลังลำบาก และพวกเขาต้องการเจรจา”

ต่อมา ขณะที่ถ่ายภาพร่วมกับสโมสรฟุตบอลยูเวนตุสในห้องทำงานรูปไข่ ทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจ และไม่น่าจะตัดสินใจจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย

“ผมมีแนวคิดอยู่บ้างว่าจะทำอะไร แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย” ทรัมป์กล่าว

“ผมชอบตัดสินใจตอนวินาทีสุดท้าย คุณรู้ไหม เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะสงคราม สงครามเปลี่ยนเร็วมาก จากสุดขั้วหนึ่งไปสู่อีกสุดขั้วหนึ่ง”

ท่าทีที่ไม่ชัดเจนว่าจะเข้าแทรกแซงหรือไม่นี้ สร้างความไม่แน่นอนในความขัดแย้ง และกลายเป็นประเด็นขัดแย้งในประเทศของทรัมป์เอง

.

กองทัพ ‘พร้อมรับคำสั่ง’

สมาชิกบางรายของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเสนอร่างกฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการเข้าแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ขณะเดียวกัน ทักเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายขวาได้เผยแพร่วิดีโอสัมภาษณ์กับ ส.ว. เท็ด ครูซ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ โดยทั้งคู่ถกเถียงกันว่า สหรัฐฯ ควรผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ถูกถามถึงประเด็นนี้จากห้องทำงานรูปไข่ โดยระบุว่า เขาเห็นด้วยกับท่าทีของคาร์ลสันที่ไม่อยากให้สหรัฐฯ เข้าไปยุ่งในสงครามต่างประเทศที่มีต้นทุนสูง — แต่มีข้อแม้

“ผมก็ไม่อยากสู้เหมือนกัน ผมไม่ได้หาทางสู้” ทรัมป์กล่าว

“แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างการสู้ กับการปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ คุณก็ต้องทำในสิ่งที่จำเป็น บางทีเราอาจไม่ต้องสู้ก็ได้ อย่าลืมว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้สู้”

รัฐบาลทรัมป์อธิบายว่า การโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เป็น “การดำเนินการฝ่ายเดียว”

แต่ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเขารู้ล่วงหน้าและสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว

ในคำให้การต่อสภาคองเกรส รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ระบุว่า “กองทัพสหรัฐฯ พร้อมหากได้รับคำสั่ง”

“คำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์มีความหมาย โลกเข้าใจสิ่งนั้น” เขากล่าว “หน้าที่ของกระทรวงกลาโหมคือการเตรียมพร้อม ซึ่งเรากำลังทำอยู่”

.

ความกังวลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่า ความขัดแย้งนี้คงไม่เกิดขึ้น หากอิหร่านยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เจรจากับอิหร่านตั้งแต่เดือนเมษายนเกี่ยวกับการจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์

แต่อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีเจตนาสร้างคลังแสงนิวเคลียร์ และยืนยันว่ายูเรเนียมมีไว้เพื่อผลิตพลังงานพลเรือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ผูกโยงความขัดแย้งนี้กับความกลัวว่าอิหร่านเข้าใกล้การผลิตระเบิดนิวเคลียร์

“ถ้าอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ โลกทั้งโลกจะระเบิด” ทรัมป์เตือน

“ผมพูดมา 20 ปีแล้ว หรืออาจนานกว่านั้น ว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ผมพูดมานานมาก และคิดว่าพวกเขาใกล้จะมีแล้วในอีกไม่กี่สัปดาห์”

แต่ในเดือนมีนาคม ตุลซี แก็บบาร์ด ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของทรัมป์ให้การต่อรัฐสภาว่า หน่วยข่าวกรองประเมินว่า “อิหร่านไม่ได้สร้างอาวุธนิวเคลียร์”

ต่อมาเธอได้เปลี่ยนจุดยืนให้สอดคล้องกับทรัมป์

นักวิจารณ์เตือนว่า ทรัมป์อาจกำลังปูทางให้สหรัฐฯ เข้าร่วมสงคราม โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน

อิสราเอลเองก็ชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ เป็นเหตุผลหลักในการเปิดฉากโจมตีก่อน

ทั้งที่อิสราเอลเอง (ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ) ก็ถูกเชื่อว่ามีอาวุธนิวเคลียร์แต่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

.

การเจรจาที่ชะงักงัน

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหยุดชะงักหลังการโจมตีของอิสราเอลเมื่อ 13 มิถุนายน ซึ่งนำไปสู่การยิงขีปนาวุธโต้กลับอย่างรุนแรง

การประชุมที่มีกำหนดในช่วงสุดสัปดาห์ถูกยกเลิก และตัวแทนของอิหร่านบางรายในทีมเจรจานิวเคลียร์เสียชีวิตจากระเบิดรอบแรก รวมถึงผู้นำทหารและนักวิทยาศาสตร์

ทรัมป์แสดงความเสียใจต่อความล้มเหลวของการเจรจา และโทษว่าอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเส้นตาย 60 วันที่เขาตั้งไว้เมื่อเดือนเมษายน

“ทำไมพวกคุณไม่เจรจากับผมก่อนจะมีการตายและทำลายล้างทั้งหมดนี้?” ทรัมป์ถาม

“ผมบอกผู้คนว่า ทำไมพวกเขาไม่เจรจากับผมเมื่อสองสัปดาห์ก่อน? พวกคุณคงไปได้ดี และยังมีประเทศอยู่ มันน่าเศร้ามากที่ได้เห็นสิ่งนี้”

เขายืนยันว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ติดต่อมายังทำเนียบขาวเพื่อขอนัดพบหลังเกิดเหตุรุนแรง

“ผมก็บอกกลับไปว่า สายไปแล้วที่จะมาคุยกัน” ทรัมป์บอกนักข่าว “มันต่างจากเมื่อสัปดาห์ก่อนมาก”

คำพูดของทรัมป์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค

เพียงวันก่อนหน้านั้น ทรัมป์แสดงความคิดว่าเขาอาจสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอีและเรียกร้อง “การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” จากอิหร่าน

.

อิหร่านโต้กลับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศของอิหร่าน มาจิด ทัคท์–ราวันชี ให้สัมภาษณ์กับคริสเตียน อะมาแมพูร์ แห่ง CNN โดยปฏิเสธรายงานที่ว่าอิหร่านพยายามรื้อฟื้นการเจรจากับสหรัฐฯ

“เราไม่ได้ติดต่อใคร เรากำลังปกป้องตัวเอง” เขากล่าว

“เราไม่สามารถเจรจาภายใต้คำขู่ เราไม่สามารถเจรจาในขณะที่ประชาชนของเราถูกทิ้งระเบิดทุกวัน ดังนั้นเราไม่ได้ร้องขออะไรทั้งนั้น”

“ถ้าสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง แน่นอนว่าเราจะไม่อยู่เฉย เราจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของเรา”

คาเมเนอีเองก็กล่าวว่า การเข้าร่วมสงครามของสหรัฐฯ จะมี “ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและไม่อาจย้อนคืนได้”พร้อมประณามคำขู่ของทรัมป์

.

ทรัมป์ย้ำเรียกร้อง ‘การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข’

ในวันพุธ ทรัมป์แสดงท่าทีต่อความขัดแย้งที่แตกต่างกัน โดยเริ่มจากการปรากฏตัวที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบขาว ซึ่งเขาย้ำคำขอให้ “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข”

“ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข — หมายความว่าผมไม่เอาแล้ว โอเค? ผมพอแล้ว ผมยอมแพ้ ไม่มีอีกแล้ว แล้วเราจะไประเบิดทุกอย่างที่เกี่ยวกับนิวเคลียร์ให้หมด” ทรัมป์กล่าว โดยโทษว่าอิหร่านเป็นต้นเหตุของสงคราม

“พวกเขามีเจตนาร้าย มา 40 ปีแล้วที่พวกเขาพูดว่า ‘ตายเสียเถอะ อเมริกา!’ ‘ตายเสียเถอะ อิสราเอล!’ ‘ตายเสียเถอะ ทุกคนที่พวกเขาไม่ชอบ’ พวกเขาเป็นพวกอันธพาล เป็นนักเลงในสนามโรงเรียน แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่อันธพาลอีกต่อไป”

ต่อมาในห้องทำงานรูปไข่ ทรัมป์บอกว่า ความขัดแย้งนี้อาจยุติได้ง่าย ๆ หากมั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

“เราไม่ได้มองหาการหยุดยิง เราต้องการชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ คุณรู้ไหมว่าชัยชนะคืออะไร? ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์”

เขาเตือนว่าสัปดาห์หน้าจะเป็น “สัปดาห์ที่ใหญ่” — แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ

มีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มเป็น 240 ราย รวมถึงผู้หญิงและเด็ก 70 ราย

ที่มา - https://www.aljazeera.com/news/2025/6/18/nobody-knows-what-im-going-to-do-trump-embraces-ambiguity-towards-iran

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...