กล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เจมส์ เวบบ์” ขยายที่มาของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ “ไทลอส”
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่าข้อมูลจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของออสเตรเลีย ระบุว่า การวิจัยดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยมีมาก่อน เกี่ยวกับการก่อตัวและเคมีในชั้นบรรยากาศ ของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ "WASP-121b" หรือที่รู้จักกันในชื่อไทลอส ( Tylos )
ดาวเคราะห์ดวงนี้ได้รับการค้นพบ เมื่อปี 2558 เป็นดาวเคราะห์ก๊าซขนาดยักษ์ ที่มีอุณหภูมิร้อนจัดซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่ร้อนกว่ามาก โดยมีอุณหภูมิสูงเกิน 2,500 องศาเซลเซียส
ทีมนักวิจัยนานาชาติซึ่งนำโดย นายทอม อีแวนส์-โซมา ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล และมีสถาบันต่าง ๆ เข้าร่วมอีก 18 แห่ง จากออสเตรเลีย เยอรมนี สหรัฐฯสหราชอาณาจักร และอินเดีย ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ( นาซา ) สังเกตการณ์ดาวไทลอสอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 40 ชั่วโมง ถือเป็นการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์นอกระบบซึ่งโคจรครบรอบ อย่างครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
การศึกษาชิ้นนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ แอสโทรโนมี ( Nature Astronomy ) ระบุว่า กล้องเจมส์ เวบบ์ สามารถบันทึกภาพได้มากกว่า 3,500 ครั้ง หรือประมาณ 1 ครั้งต่อนาที ทำให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์บรรยากาศ ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
ดาวเคราะห์ไทลอสก่อตัวขึ้นในบริเวณหนาวเย็นอันห่างไกล และอุดมไปด้วยน้ำแข็งและหิน ก่อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้ตำแหน่งดาวฤกษ์ของมัน ซึ่งมีความร้อนรุนแรงจนทำให้หินเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นซิลิกอนมอนอกไซด์ ถือเป็นดาวเคราะห์ที่เกิดจากน้ำแข็ง และหล่อหลอมขึ้นจากไฟ
แม้ไทลอสจะเป็นดาวที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่ผลการศึกษาดังกล่าวช่วยส่งเสริมการค้นหาดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก ด้วยการปรับปรุงเทคนิคการตรวจจับสัญญาณ ซึ่งอาจเป็นของสิ่งมีชีวิตในชั้นบรรยากาศที่อยู่ห่างไกล.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : Max Planck Institute for Astronomy