โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB กำไรเกินคาด แจกปันผลแรง 8%

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - SCB โชว์ฟอร์มแกร่ง! ไตรมาส 2/68 กำไรโต 28% แตะ 12,786 ลบ. สูงกว่าคาดจากกำไรเงินลงทุน–การตั้งสำรองลดลง พร้อมรุกตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ปีนี้คาดสินเชื่อโต 1-3% โบรกมองแม้คาดกำไรสุทธิปี 2568 ของ SCB จะอ่อนตัวลง 4% YoY แต่ประเมินว่า SCB น่าจะยังสามารถจ่ายปันผลในระดับสูงที่ราว 8% ได้ในปีนี้ จึงยังแนะนำ ถือ เพื่อรับปันผล

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2568 จำนวน 12,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น การตั้งสำรองที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 25,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2568 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 30,404 ล้านบาท ลดลง 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ และยอดสินเชื่อรวมที่ลดลง 1.8% ภายใต้การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ อยู่ที่ 10,008 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากปีก่อน
รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 3,239 ล้านบาท โดยเป็นกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารและบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 17,530 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 40.2%

บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 13.0% จากปีก่อน เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการปรับตัวดีขึ้นของบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ทั้งนี้ ได้รวมสำรองพิเศษเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 159%

ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ภายนอก บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อโดยรวมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 3.31% ลดลงจาก 3.34% ในปีก่อน ขณะที่เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.8%

“ภายใต้เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยืดเยื้อ กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ให้ความสำคัญกับการช่วยประคับประคองลูกหนี้ทุกกลุ่ม ผ่านมาตรการที่หลากหลายและต่อเนื่อง โดยในส่วนของมาตรการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ ระยะที่ 1 มีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการแล้วเป็นยอดหนี้รวมกว่า 50,000 ล้านบาท และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมในมาตรการระยะที่ 2 เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางมีโอกาสฟื้นตัวได้

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการให้เกิดแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่รอบคอบ ส่งผลให้การก่อตัวของสินเชื่อด้อยคุณภาพยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาอย่างเป็นทางการ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการจัดตั้ง โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว” นายอาทิตย์ กล่าว

เป้าหมายปี 2568

  • ในครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทมียอดสินเชื่อลดลงร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการพิจารณาให้สินเชื่ออย่างรอบคอบและมีวินัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อยาวนาน และการให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก บริษัทคาดว่า การเติบโตของสินเชื่อทั้งปีอาจต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 1–3 โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะทรงตัว และสินเชื่อของธุรกิจ Gen 2 จะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการเติบโตของสินเชื่อในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย

  • สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 3.62 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายทั้งปีที่ร้อยละ 3.6–3.8 แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าที่คาดไว้ โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจเพิ่มแรงกดดันต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยอีก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงบริหารโครงสร้างเงินทุนเชิงรุก โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพฐานเงินฝาก CASA ในกลุ่มลูกค้าบุคคล และการบริหารพอร์ตสินเชื่อ เพื่อช่วยลดแรงกดดันดังกล่าว ทั้งนี้ ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิให้อยู่ในกรอบเป้าหมายตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี

  • รายได้ค่าธรรมเนียมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ปรับลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากธุรกิจการบริหารจัดการความมั่งคั่ง แม้จะเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทสามารถรักษาระดับรายได้ค่าธรรมเนียมโดยรวมให้อยู่ในระดับทรงตัวได้ ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการทำงานภายในแบบเชิงรุก ซึ่งช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากกลุ่มธุรกิจอื่นที่อ่อนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจการขายประกันผ่านธนาคาร สำหรับปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะอยู่ในกรอบล่างของเป้าหมายการเติบโต อันเป็นผลมาจากรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ยังแข็งแกร่ง และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 40.0 ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีที่ร้อยละ 42–44 สะท้อนถึงแนวทางการบริหารต้นอย่างมีวินัยของกลุ่ม โดยได้ดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในทุกหน่วยธุรกิจ และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ กลุ่มตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมาย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

  • อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อ สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 1.64 สอดคล้องกับกรอบเป้าหมายทั้งปีที่ร้อยละ 1.50–1.70 แม้ว่ากลุ่มจะยังคงเสริมความแข็งแกร่งของสำรองเพิ่มเติม ผ่านการประมาณการโดยผู้บริหาร (Management Overlay) เพื่อรองรับความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น โดยมีทั้งปัจจัยภายนอก เช่น มาตรการภาษีการค้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจปกติมีทิศทางทรงตัว แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติม แต่คาดว่าอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อจะยังคงอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ โดยมีแนวโน้มอยู่ในระดับกรอบบนของเป้าหมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจมหภาคในช่วงครึ่งปีหลัง

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด ระบุ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCB) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 สูงกว่าที่คาดฝ่ายวิเคราะห์คาด 20% และตลาดคาด 17% จากกำไรจากเงินลงทุน SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 เท่ากับ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 2% QoQ จากรายได้ non-NII เพิ่มขึ้น ทั้งนี้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยไตรมาส 2/2568 เท่ากับ 1.3 หมื่นล้านบาท (สูงกว่าคาด 20%) เพิ่มขึ้น 24%YoY และ 11%QoQ จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้นสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 ลดลง 2%YoY และ 1%QoQ, NIM อยู่ที่ 3.59% ลดลง 31bps YoY และ 9bps QoQ จาก loan yield อ่อนตัวลง

Credit cost ไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 1.68% ลดลง จาก 1.90% ในไตรมาส 2/2567 แต่เพิ่มขึ้นจาก 1.59% ในไตรมาส 1/2568 โดย SCB ได้ตั้งสำรองส่วนเกินไว้ 900 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสงครามการค้า ขณะที่ NPLs/loans ratio ปรับลดลงจาก 3.45% ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 มาที่ 3.31% ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 สำหรับ loan-loss coverage ratio ก็ปรับลดลงจาก 150.3% ณ ไตรมาส 1/2568 มาที่149.9% ณสิ้น2Q25 โดยรวมแล้ว ประเมินว่าคุณภาพสินทรัพย์ของ SCB ทรงตัว QoQ ในไตรมาสนี้

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 จะอ่อนตัวลง YoY และ QoQ กดดันจากแนวโน้ม NIM อ่อนตัวลง และ credit cost ปรับเพิ่มขึ้น QoQ อย่างไรก็ดีแม้คาดกำไรสุทธิปี 2568 ของ SCB จะอ่อนตัวลง 4% YoY แต่ประเมินว่า SCB น่าจะยังสามารถจ่ายปันผลในระดับสูงที่ราว 8% ได้ในปีนี้ จึงยังแนะนำ ถือ เพื่อรับปันผล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...