โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ 'วิทัย รัตนากร' เตรียมนั่งตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ ผู้ผลักดันแนวคิด Social Bank เน้นลดดอกเบี้ย ช่วยดัน GDP

Finnomena

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • Finnomena

วันนี้ (22 กรกฎาคม 2568)นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เสนอชื่อ ‘นายวิทัย รัตนากร’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลำดับที่ 25 โดยกระบวนการหลังจากเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป เพื่อแทนที่ ‘ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ’ ซึ่งจะครบวาระสิ้นเดือนกันยายนนี้

ประวัติการทำงาน วิทัย รัตนากร

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน มาตั้งแต่ปี 2563 และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันออมสินสู่การเป็น Social Bank ด้วยการปรับบทบาทให้เป็นเครื่องมือของรัฐในการขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนแก่ประชาชนฐานราก

โดยเน้นให้ความสำคัญกับการบริหารหนี้ครัวเรือน การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจภายใต้ภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ยังผันผวน รวมถึงการออกแบบนโยบายการเงินที่ตอบโจทย์สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว จึงถูกมองว่าเป็นผู้บริหารที่มีความเข้าใจกลไกเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในภาคการเงินและภาคธุรกิจ เช่น เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กรรมการและรักษาการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน)

ประวัติการศึกษา

  • ป.โท เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ป.โท กฎหมายธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ป.โท การเงิน Drexel University, USA
  • ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุมมองและแนวคิด

วิทัย รัตนากร มีแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน โดยเคยนำเสนอมุมมองว่าการมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเข้าใจและเลือกประเภทหนี้ให้ดี คือควรพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเป็นสำคัญ และหลีกเลี่ยงหนี้บัตรเครดิตหากไม่จำเป็น

ส่วนการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในภาพใหญ่ต้องอาศัย 3 ปัจจัย คือ เศรษฐกิจเติบโต, การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ

การเก็บออมก็เป็นเรื่องสำคัญ อันดับแรกต้องมีเป้าหมายให้ชัดว่าปลายทางต้องการมีเงินเท่าไหร่ ลองคำนวณง่าย ๆ จากเงินที่ต้องการใช้ในแต่ละเดือนหลังเกษียณ คูณกับระยะเวลาที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังจากนั้น แล้วออมให้สม่ำเสมอ หากปัจจุบันยังมีไม่พอใช้ ลองเริ่มออมจากเงินเดือนที่ได้เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

ด้านมุมมองต่อปัญหาเศรษฐกิจ เขาก็เคยแสดงทัศนะว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะซึม ดังนั้น การฟื้นฟูให้กลับมาเติบโต ต้องทำงานควบคู่กันอย่างใกล้ชิด ทั้งมาตรการทางการเงิน และมาตรการทางการคลัง ซึ่ง ธปท. มีบทบาทสำคัญมากต่อการกำหนดนโยบายการเงิน เพื่อส่งต่อไปถึงระบบเศรษฐกิจ

การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำสุด ๆ เพื่อนำไปสู่การลดดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินแบบทันที หรือทยอยลดลงในอัตราที่มากพอสมควร จะทำให้ยอดหนี้ของประชาชนลดลงด้วย รวมถึงช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยนโยบายกับดอกเบี้ยเงินกู้ ต้องห่างกันไม่มากหรือแคบลงกว่าปัจจุบัน

ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำควบคู่กับแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมสร้างการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

แหล่งข้อมูล: The Standard, TNN Thailand, Bangkokbiznews, Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...