โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าเงินบาทวิ่งในกรอบแคบ จับตาดูการเจรจาภาษีทรัมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.18 น.

ค่าเงินบาทวิ่งในกรอบแคบ นักลงทุนจับตาดูการเจรจาภาษีทรัมป์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/7) ที่ระดับ 32.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/7) ที่ระดับ 32.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ นายคริส วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดกล่าวเมื่อวันศุกร์ (18/7) ว่า เขาสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. เพราะเชื่อว่าผลกระทบจากภาษีต่อเงินเฟ้อมีจำกัด พร้อมระบุว่าข้อมูลปัจจุบันไม่สะท้อนถึงตลาดแรงงานภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง และเฟดควรเร่งดำเนินการล่วงหน้า ก่อนการจ้างงานจะชะลอตัวลง

ด้านนายออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดชิคาโกกล่าวว่า เขายังระมัดระวังต่อสัญญาณจากดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน มิ.ย.ที่ชี้ว่า ภาษีกำลังกดดันเงินเฟ้อสินค้าจำเป็น แต่ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ดี และเฟดสามารถปรับลดดอกเบี้ยลงได้ค่อนข้างมากในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ขณะที่นายพาวเวลล์ประธานเฟดกำลังเผชิญคำวิจารณ์แทบทุกวันจากทรัมป์เกี่ยวกับความลังเลของเฟดในการลดดอกเบี้ย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้น 4.6% สู่ระดับ 1.321 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.290 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.290 ล้านยูนิต

ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 1.397 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.390 ล้านยูนิต ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวดีขึ้นในเดือน ก.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนออกมาที่ระดับ 61.8 สูงกว่าที่คาดที่ระดับ 61.4 และการคาดการณ์เงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเงินเฟ้อที่ชะลอลงจะช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม และกระต้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ (21/7) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง หวังผลภาษีตอบโต้สหรัฐเก็บจากไทยไม่เกิน 20% ด้านกระทรวงพาณิชย์ย้ำ การเจรจายังไม่จบ เหลือประเด็นอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี การเพิ่มรายการสินค้าที่จะเปิดตลาดให้สหรัฐและการสนับสนุนการลงทุนไทยในสหรัฐ รวมทั้งคาดว่าเสนอชื่อผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่เข้า ครม.ในวันพรุ่งนี้

ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การลดภาษีให้กับสินค้านำเข้าของสหรัฐอเมริการในอัตรา 0% และเปิดตลาดให้กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐ อาจทำให้มีการลดกำแพงภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ลงมาในระดับใกล้เคียงประเทศอาเซียน

อย่างเช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้ ทำให้ลดความรุนแรงของภาษีตอบโต้ทางการค้าที่ระดับ 36% ต่อภาคส่งออกไทย ผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยจะลดลงมาได้ไม่ต่ำกว่า 9-10 เท่า กลุ่มสินค้าที่พึ่งพิงตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูงคิดเป็น 13-14% ของ GDP ไทย หากไทยไม่ได้ลดตอบโต้ทางการค้าที่ระดับ 36% ต่อภาคส่งออกไทย ผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยจะลดลงมาได้ไม่ต่ำกว่า 9-10 เท่า กลุ่มสินค้าที่พึ่งพิงตลาดสหรัฐในสัดส่วนสูงคิดเป็น 13-14% ของ GDP ไทย

หากไทยไม่ได้ลดภาษีจากระดับ 36% เลย จะทำให้มูลค่าส่งออกไทยสูญเสียหลายแสนล้านบาทในระยะยาว ด้วยการลดภาษีนำเข้า 0% เพื่อแลกกับการลดภาษีตอบโต้องสหรัฐ อาจจะสร้างปัญหาอีกด้านหนึ่งมีผลกระทบต่อภาคการผลิตภายในที่ปรับตัวไม่ได้แข่งขันไม่ได้และผลต่อตลาดแรงงาน และปัญหาอาจใหญ่กว่าหากไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบให้ดี หวั่นสินค้าสหรัฐทะลักเฉพาะสินค้าเกษตรสหรัฐอาจเพิ่มกว่า 100% กระทบต่อผู้ผลิตภายในรุนแรง

ภาวะดังกล่าวจะซ้ำเติมสถานการณ์ที่ผู้ผลิตภายในต้องเผชิญสินค้าทุ่มตลาดจากจีนอยู่แล้ว ด้าน ธปท.ย้ำ ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบภาษีทรัมป์ ให้หารือกับธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ทันที

ส่วนนายวิชัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน หนึ่งในแคนดิเดตผู้ว่าการธนาคารแหงประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปัจุบันอยู่ในภาวะที่ไม่ดี และมีโอกาสที่จะชะลอตัวซึมยาว เนื่องจากเครื่องยนต์หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2 ตัว การส่งออกและการท่องเที่ยวกำลังมีปัญหา ซึ่งประเทศไทยไม่เคยเกิดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้มาก่อน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ

ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีปัญหาเรื่องมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐมาเพิ่มเติม ซึ่งคิดว่าหากยังไม่เปลี่ยนวิธีในการบริหารจัดการ จากเดิมที่ต่างคนต่างทำไม่บูรณาการความร่วมมือกัน จะทำให้โอกาสที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้มีความยากมากขึ้น

เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นองค์ประกอบทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาขาดความสามารถในการแข่งขัน ปัญหาสังคมสูงอายุ ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง โดยแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่นั้น ถึงแม้จะมีหนทางแก้ไขไม่กี่วิธี แต่มีความตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน เรื่องแรกคือเศรษฐกิจต้องดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้นรายได้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย GDP โตก็คือรายได้โต รายได้เพิ่มขึ้นก็มีเงินชำระหนี้มากขึ้น พอรายได้เพิ่มขึ้นก็ทำให้ตัวหายหนี้ต่อ GDP ลดลง

เรื่องที่ 2 การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เขาจ่ายเงินผ่อนเท่าเดิม ถ้าดอกเบี้ยลงก็ไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงในท้ายที่สุด และเรื่องที่ 3 คือการออกมาตรการพิเศษตางๆ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.36-32.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/7) ที่ระดับ 1.1620/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/7) ที่ระดับ 1.1638/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ได้ทันก่อนเส้นตายวันที่ 1 ส.ค.นี้

ซึ่งเป็นวันที่ภาษีนำเข้าชุดใหม่จะมีผลบังคับใช้ โดยเขาเปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งพูดคุยกับฝ่ายเจรจาการค้าของ EU และยังมีช่องว่างให้เจรจาต่อรองสำหรับข้อตกลง พร้อมย้ำว่า นี้คือการพูดคุยกันระหว่างสองพาร์ตเนอร์การค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และมั่นใจว่าจะได้ข้อตกลงในที่สุด ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก ปธน.ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU และเม็กซิโก ในอัตรา 30% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่นกรอบระหว่าง 1.1614-1.1652 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1643/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/7) ที่ระดับ 148.53/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/7) ที่ระดับ 148.4849 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น ประกาศในวันนี้ (21/7) ว่าจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป แม้พรรคฝ่ายค้านจะพ่ายแพ้ครั้งสำคัญในการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูง จนไม่สมารถครองเสียงข้างมากได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง นายกอิชิบะยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพและต่อเนื่องของรัฐบาล และได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.67-148.66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.87/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ สุนทรพจน์ของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (22/7) ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ เดือน มิ.ย. (23/7) สินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐ (23/7), การตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลาง BOE เดือน ก.ค.ของยูโรโซน (24/7), จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (24/7), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการเดือน ก.ค. ของสหรัฐ (24/7), ยอดขายบ้านใหม่เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (24/7), ยอดขายสินค้าคงทนของสหรัฐ (25/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6/-5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาทวิ่งในกรอบแคบ จับตาดูการเจรจาภาษีทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...