จับตาสภานัดลงมติร่างนิรโทษกรรมห้าฉบับ
ปลายปี 2566 บทสนทนาว่าด้วยการนิรโทษกรรมเป็นที่ถกเถียงในสังคม พรรคการเมืองเริ่มนำเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมหรือในชื่ออื่นอย่างกฎหมายว่าด้วยการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ขณะที่ภาคประชาชนที่ทำงาน ผลักดันเรื่องเสรีภาพการแสดงออกรวมตัวกันในนาม “เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน” ใช้ช่องทางเข้าชื่อเสนอกฎหมาย “นิรโทษกรรมประชาชน” ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ ภายในเวลาสองสัปดาห์สามารถรวบรวมรายชื่อได้อย่างน้อย 35,905 รายชื่อ
แม้จะได้รายชื่อครบถ้วนแล้วแต่กฎหมาย “นิรโทษกรรมประชาชน” ต้องเข้าแถวการพิจารณากฎหมายของสภา จนกระทั่งในเดือนเมษายน 2568 ร่างดังกล่าวถูกเลื่อนมาเป็นวาระ “เร่งด่วน” มีลุ้นจะได้พิจารณาแต่ท้ายสุดก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอีกเพราะมีเรื่อง “เร่งด่วนกว่า” เข้ามาแทรก ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมสภาพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนและร่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ รวมห้าฉบับ เวลา 17:09 น. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่หนึ่งปิดประชุมสภา ทำให้การกล่าวสรุปและลงมติต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 16 กรกฎาคม 2568
เส้นทางของ “นิรโทษกรรมประชาชน” เดินทางมากว่าหนึ่งปี หกเดือน ระหว่างนี้จำเลยคดีทางการเมืองต่างติดตามด้วยหวังให้ร่างกฎหมายผ่านสภา จำนวนไม่น้อยต้องลุ้นอยู่หลังกำแพงสูงของเรือนจำหลายคนไม่ว่าจะเป็นป้าอัญชัน ทนายอานนท์ เก็ท-โสภณ วุฒิ กัลยาและอีกหลายคน
ก่อนจะถึงวันสำคัญลงมติร่างนิรโทษกรรมประชาชน พวกเราขอเชิญชวนทุกคนร่วมติดตามและส่งเสียงสนับสนุนผ่านสองกิจกรรม
จุดความหวังนิรโทษกรรมประชาชน
วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 18:00-19:00 น. ที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ฟังเรื่องเล่าของ “คนธรรมดา” ที่ต้องกลายเป็นจำเลยคดีการเมืองและถูกคุมขังในเรือนจำ และร่วมกันจุดเทียนสร้างความหวังนิรโทษกรรมประชาชน
ติดตามและส่งเสียงสนับสนุนร่างกฎหมาย "นิรโทษกรรมประชาชน"
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 | 10:30 น. เป็นต้นไป ที่ลานประชาชน รัฐสภา