โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“พิธีเหยา” มรดกอีสาน: รักษาใจ สานต่อความเชื่อ สู้โรคด้วยภูมิปัญญาบรรพชน

77kaoded

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 02.19 น. • 77 ข่าวเด็ด

พิธีเหยา: การรักษาใจในโลกความเชื่ออีสานที่ผสานศาสตร์บรรพชนกับการแพทย์สมัยใหม่

ในยุคที่วิทยาการแพทย์ก้าวหน้า พิธีกรรมพื้นบ้านอย่าง "พิธีเหยา" ยังคงดำรงอยู่เคียงข้างวิถีชีวิตผู้คนในชุมชนอีสานและลุ่มน้ำโขง โดย "หมอโจ้" วัชรินทร์ ธีระนันท์วัฒนา หมอเหยาในพื้นที่ อธิบายว่าพิธีเหยาเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้ป่วยเอง โดยเฉพาะเมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถบรรเทาอาการได้ ในอดีตพิธีเหยาถือเป็นทางเลือกหลักในการรักษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข แม้ปัจจุบันบทบาทจะลดลง แต่ในบางชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ยังคงยึดโยงกับความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ และยังคงใช้พิธีเหยาเป็นอีกแนวทางในการรักษา ควบคู่ไปกับการรักษาในโรงพยาบาล แก่นแท้ของพิธีเหยาคือการทำให้ผู้ป่วยหายหรือทุเลาลง ซึ่งบางครั้งก็เกิดผลลัพธ์ที่อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ยาก เสียงแคนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกของผี โดยผสานกับ "ผญา" หรือภาษากลอนอันสละสลวย เพื่อสร้างการสื่อสารในระดับที่ลึกซึ้งกว่าภาษาพูดทั่วไป

ในระหว่างพิธี ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ "ผีเทียม" หรือภาวะคล้ายการทรง ซึ่งในความเชื่ออีสานหมายถึงการที่ "ผี" และ "ขวัญ" เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับร่างกาย หากมีการฟ้อนรำ อาจหมายถึงผีต้องการ "คุมลง" หรืออยู่ร่วมกับผู้ป่วย ปรากฏการณ์นี้ยังสะท้อนถึงกระบวนการ "คัดเลือกหมอเหยา" โดยผู้ที่จะเป็นหมอเหยามักเริ่มจากการเจ็บป่วยเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ก่อนจะเข้าพิธีเหยาและหายดี จากนั้นหมอเหยาจะทักว่า "ผีอยากมาอยู่ด้วย" ผู้ถูกเลือกจึงยอมรับบทบาท นอกจากนี้ ประสบการณ์จากผู้ป่วยที่เข้าร่วมพิธีเหยาหลายราย ยืนยันว่าอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังเข้าร่วมพิธี ซึ่งอาจไม่ใช่เพียงผลทางร่างกาย แต่ยังรวมถึง "จิตใจ" และ "ความเชื่อ" ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเยียวยา

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...