สส.ภูเก็ต เขต 2 เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อออนไลน์ฉบับหนึ่ง ว่า “สส.ขี้ข้ารับใช้จีนเทา”
ภูเก็ต สส.แซม เขต 2 พร้อมทนาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย กับสื่อออนไลน์ฉบับหนึ่ง พร้อมชี้แจงเรื่องบุคคลอ้างเป็นสื่อหมิ่นประมาท ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่14 ก.ค.2568 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 ประจำจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วยนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล ทนายความเดินทางมายัง สภ.เมืองภูเก็ตเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีกับสื่อฉบับสื่อออนไลน์ ในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งอาจรวมถึงการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หรือ 328 หากมีการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ด้านนายนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ตลอดการทำงานของผมที่ผ่านมากว่า 2 ปี ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนและเสียงบริสุทธิ์โดยแท้จริง และมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา มีการนำเสนอทั้งในระดับจังหวัดและในสภาผู้แทนราษฎร หลายประเด็นทั้งด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน, ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์จังหวัดภูเก็ต,ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทุกท่านสามารถดูและติดตามการทำงานทุกความเคลื่อนไหวของผมได้จากเพจเฟซบุ๊กไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ผมในฐานะผู้แทน ไม่เคยนิ่งเฉยหรือดูดายต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเลย ขณะเดียวกัน ผมพยายามตีแผ่ เพื่อให้สังคมเกิดการรับรู้ เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบ ปัญหาต่างๆ ถูกแก้ไขไปตาม
กลไก อำนาจ และบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ”
เจตนาอันแท้จริง ผมไม่ได้ต้องการเป็นศัตรู กลับกันผมต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและ ความตระหนักตื่นรู้ให้พี่น้องประชาชน เพื่อเข้าถึงกระบวนการและ สร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม สังคมเพื่อประชาชน และนำไปสู่การแก้ปัญหาความเดือดร้อน ที่สั่งสมมาตลอดกลายสิบปี แต่ผู้ใช้ บัญชีเฟซบุ๊กในนาม “สื่อรัฐ ภูเก็ต” และ สื่อรัฐ เจาะข่าวเด็ด” พฤติกรรมดังกล่าว เป็นภัยคุกคามต่อการทำงานของผมในฐานะผู้แทนราษฎร ที่มุ่งหวังเพื่อต้องการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน สร้างความเข้าใจผิด และกระทบชื่อเสียง รวมทั้งความน่าเชื่อถือของการทำงาน
-การกล่าวหาว่าผม “เป็นขี้ข้าหมารับใช้จีนเทา”
-การกล่าวหาว่าผม “ส่งเสริมจีนเทาจำนวนมาก ตั้งตัวเป็นแก๊งมาเฟียต่างด้าว”
-การกล่าวหาว่าผม ” เป็นนอมิให้แก๊งมาเฟีย นายทุนต่างด้าว”
และข้อกล่าวหาอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน ที่เขาพยายามสื่อสาร ล้วนแล้วแต่จะเป็นการทำลายชื่อเสียงทางการเมือง ทำลายความเชื่อมั่น ทำลายความเชื่อใจระหว่างผมและประชาชน
ดังนั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูดของผู้กล่าวหา ผมจึงต้องพึ่งกระบวนการความเป็นธรรมทางกฎหมาย และไม่ว่าเจตนาของท่านจะมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผมสักเพียงใด แต่ผมยืนยัน ผมจะเคียงข้างพี่น้องประชาชนเสมอ ยังอยู่กับพี่น้องทุกท่าน ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เสียงบริสุทธิ์ที่เลือกผมเข้ามา ผมย่อมไม่มีวัน ทำลายความหวังและความศรัทธาของประชาชน