ตลท. มอง SET ครึ่งปีหลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง เร่ง “เพิ่มสภาพคล่อง” เตรียมเปิดตัว Jump+ 26 มิ.ย.นี้
ตลท. มองหุ้นไทยครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่คาดเดายาก ภายใต้การนำของทรัมป์ ที่เปลี่ยนแปลงท่าทีได้ทุกวัน จึงเร่งเครื่องเต็มที่ด้วยกลยุทธ์ "เพิ่มสภาพคล่อง" ตลาดหุ้นทุกรูปแบบ และเตรียมเปิดตัวโครงการ Jump+ 26 มิ.ย. นี้ หวังดึงบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วม 50-100 แห่งในปีแรก
9 มิถุนายน 2568 นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานแถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2568 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ติดตามความชัดเจนของการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐจะเป็นไปในทิศทางใด และการตอบสนองของตลาดฯ จะเป็นอย่างไร แต่ยอมรับว่าคาดการณ์ได้ยากเพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเปลี่ยนใจทุกวัน
ทั้งนี้ตลท. เดินหน้าเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทยทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ โดยพยายามเพิ่มสินค้าใหม่ เพื่อตอบสนองนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะนักลงทุนรุ่นใหม่ ขณะที่นักลงทุนสายอาชีพ อยู่ระหว่างหาเครื่องมือเพื่อให้ตั้งคำสั่งซื้อขายข้ามตลาดได้ ทั้ง SET และ TFEX รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่เริ่มให้น้ำหนักหุ้นไทยมากขึ้น สำหรับการลงทุนระยะยาว
สำหรับกลุ่มนักลงุทนต่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามเดินสายไปพบเพื่อให้ข้อมูลให้มากขึ้น โดยล่าสุด ได้เดินทางไปพบนักลงทุนที่สิงคโปร์ รวมถึงหาช่องทางที่จะทำให้ MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นในตลาดหุ้นไทย ซึ่ง MSCI จะมีการพิจารณาถึงสภาพคล่องหุ้นนั้นๆ หรือตลาดหุ้นนั้นอย่างมาก รวมถึงกลไกต่าง ๆ ที่จะเทียบเคียงกับตลาดอื่นในกลุ่มเดียวกันคือตลาด Emerging Market หลังจากล่าสุด MSCI Rebalancing ได้ถอดหุ้นไทยออก 3 ตัว ก็ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันขายหุ้นออกมามาก
นายอัสสเดช กล่าวว่า สำหรับโครงการ Jump+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ โดยตั้งเป้าบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วม 50-100 บริษัทในปี 2568 และจะมากขึ้นในปีถัดๆไป โดยโครงการนี้ นักลงทุนต่างประเทศกำลังตับตามอง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสื่อสารแผนงานของบริษัทที่อยู่ในโครงการนี้ เพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ โครงการ Jump+ จะดำเนินการใน 3 ปี เพื่อสนับสนุนให้ บจ.มีการลงทุน ลดค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นเพิ่มกำไร และเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนการใช้ AI โดยจะประสานให้ทาง Google หรือ Amazon เข้ามาช่วยเหลือ บจ. เพื่อให้ค่าใช้จ่ายลดลง
ด้านความคืบหน้าการจัดตั้งกระดานใหม่ อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาว่า จำเป็นแค่ไหนที่จะจัดตั้งกระดานใหม่ เพื่อดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ หรืออาจจะใช้กระดานตลาดเดิม แต่ปรับเกณฑ์ใหม่ให้ง่ายขึ้น