โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชัยชนะของ “หมูสามชั้น-หมูกรอบ”!! วิตามินสูงกว่าเนื้อวัว 6 เท่า

เดลินิวส์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 09.30 น. • เดลินิวส์
พลิกความเชื่อที่เข้าใจกันมานาน!! ว่ากิน

Insight Korea สื่อดังแดนกิมจิ รายงานว่า "หมูสามชั้น" หรือ "หมูกรอบ" เมนูโปรดของใครหลาย ๆ คนที่เคยถูกมองว่าไม่ควรกิน เพราะมีไขมันสูง จะทำให้อ้วน แต่จากงานวิจัยของอเมริกา เผยว่านี่คือ "สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ" เพราะในเนื้อหมูมี "วิตามิน B1" (ไทอามีน) มากกว่าเนื้อวัวถึง 6 เท่า!

วิตามิน B1 เป็นขุมพลังสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายสดใสมีชีวิตชีวา! แถมในน้ำมันหมูยังอุดมไปด้วย "วิตามิน D" ที่จำเป็นต่อกระดูกและฟัน รวมถึงเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย!

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา พบว่าคนที่มีระดับวิตามิน D สูง จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้น และที่สำคัญ… ลดไขมันหน้าท้องได้เห็นผลชัดเจนกว่า ดังนั้น ถ้าอยากให้ร่างกายได้รับวิตามิน D เยอะ ๆ ก็ต้องกินเนื้อหมู โดยเฉพาะ "หมูสามชั้น" เพราะได้รับทั้งเนื้อหมูและไขมันหมูไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ "โครงหมู" ยังเป็นดาวเด่นในวงการเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) กุญแจสำคัญคือ "กรดโอเลอิก" ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีมากในโครงหมู! กรดโอเลอิกมีคุณสมบัติลดการอักเสบ และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ส่งผลดีต่อการเติบโต และการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดอย่างน่าทึ่ง!

กิน "หมูสามชั้น-หมูกรอบ" ที่มีไขมันหมู ช่วยเรื่องความงามด้วย

ปัจจุบันการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันในร่างกายกำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถสกัดเซลล์ต้นกำเนิดได้มากกว่าไขกระดูกถึง 500 เท่า และมากกว่าเซลล์ต้นกำเนิดในเลือดส่วนปลายถึง 25,000 เท่า

และผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า การกินไขมันหมูในปริมาณที่เหมาะสมก่อนการบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด อาจช่วยเพิ่มคุณภาพของเซลล์ต้นกำเนิดได้อีกด้วย!

โดยเราสามารถสกัดเซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันที่บริเวณต้นขา หน้าท้อง และต้นแขน เพื่อนำมาฉีดเข้าไปในผิวหนัง วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และมีผลทำให้ผิวขาวขึ้น

กิน "หมู" อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

ปริมาณที่เหมาะสมคือ 100-150 กรัมต่อวัน

ในส่วนของการนำน้ำมันหมูมาประกอบอาหาร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แม้น้ำมันหมูจะอุดมด้วยสารอาหารดีๆ แต่ก็ต้องใช้อย่างสมดุล!

"เนื่องจากน้ำมันหมูมีไขมันสูง จึงควรควบคุมปริมาณที่บริโภค และใช้ปรุงอาหารในปริมาณที่เหมาะสม".

ที่มาและภาพ : insight korea

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...